จู๋พังเพราะทำมา สามารถรักษาได้ไหม

จู๋พังเพราะทำมา สามารถรักษาได้ไหม หมอเบียร์รักษาได้
จู๋พังเพราะทำมา การผ่าตัดสารแปลกปลอม (Parafinoma) สารแปลกปลอม คือ การฉีดสารเหลวหรือสารแปลกปลอมเข้าในอวัยวะเพศ จำเป็นต้อง รักษาโดยการ ผ่าตัดสารแปลกปลอม ผ่าตัดเลาะสารเหลว สารแปลกปลอมเป็นวิธีการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายที่ไม่ถูกต้อง เช่น ฉีดยูนีซัน ฉีดน้ำมันมะกอก ฉีดซิลิโคน ฉีดวาสลีน สิ่งเหล่านี้เป็นสารแปลกปลอมต่อร่างกาย ที่ไม่สามารถสลายตัวได้ การฉีดเข้าไปในอวัยวะเพศ จึงทำให้เกิดการติดเชื้อ เน่า เปื่อย เป็นพังผืด เป็นก้อนแข็ง ผิดรูป ผิวขรุขระ เป็นแผลเรื้อรัง
ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด ใช้งานไม่ได้ตามมา บางครั้งสารเหลวไหลไปที่ปลายองคชาติ ทำให้รูดหนังหุ้มปลายไม่ได้ ทำความสะอาดไม่ได้ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และที่สำคัญ สิ่งแปลกปลอม หรือสารเหลวที่ฉีดทิ้งไว้นาน อาจกระตุ้นเซลล์ผิดปกติ นำไปสู่การเกิดมะเร็งองคชาติ ได้ หมอเบียร์รักษาได้อย่างไรไปดูวิธีของหมอกันเลยครับ
เทคนิคที่ใช้แก้ไขการฉีดสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ

เทคนิคที่ใช้แก้ไขการฉีดสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ

เทคนิคที่ 1 ตัดผิวหนังบางส่วน

เป็นการตัดผิวหนังออกบางส่วนรวมทั้งตัดสารแปลกปลอมที่อยู่ใต้ผิวหนังออกไปด้วย เหมาะสำหรับกรณีที่ฉีดสารแปลกปลอมไม่มาก

โดยฉีดบริเวณปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะการผ่าตัดคล้ายกับการขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศ และเข้าไปคว้านส่วนที่เหลือใต้ผิวหนังบางส่วน

เทคนิคนี้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ฉีดน้อย ชั้นตื้น ๆ เท่านั้น ถ้าทำได้ก็อาจเป็นเทคนิคที่ดีที่สุด เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังไป จากเดิมมาก แต่เคสส่วนมากมักจะไม่ใช้เทคนิคนี้ เพราะฉีดมาในปริมาณที่มาก

เทคนิคที่ 2 ตัดผิวหนังออกทั้งหมด

ศัลยแพทย์จะเริ่มตัดผิวหนังตั้งแต่โคนจนถึงปลายอวัยวะเพศออกทั้งหมด เพราะสารแปลกปลอมกระจายไปทั่วทุกพื้นผิว ดังนั้นการตัดเอาผิวหนังออกทั้งหมดจึงเป็นวิธีเดียวที่สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่เหลือตกค้าง โดยจะแบ่งออกเป็นสองวิธีย่อย ๆ ค่ะ

  1. วิธีปลูกถ่ายผิวหนัง โดยการนำเอาผิวหนังบริเวณ หน้าท้อง, ต้นขา ,ขาหนีบ มาทำการปลูกถ่าย เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับผิวอวัยวะเพศ ข้อเสียคือยืดหยุ่นได้น้อย เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว
  2. วิธีการใช้ผิวหนังจากลูกอัณฑะ โดยการใช้ผิวหนังบริเวณลูกอัณฑะมาปิด ข้อดีคือสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่า เมื่อวัยวะเพศแข็งตัว

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม

การผ่าตัดบริเวณอวัยวะเพศเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดจึงมีความสำคัญมาก การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเพื่อแก้ไขสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศมีการเตรียมตัว ดังนี้
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อทราบถึงระดับความรุนแรงของอาการ ความเสี่ยง และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • แจ้งประวัติทางการแพทย์ การใช้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด เพื่อประเมินการงดยาบางชนิด
  • เตรียมความพร้อมของร่างกาย โดยการพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงการทำให้แผลติดเชื้อ หรือแผลหายช้า
  • งดใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดบางชนิด เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เช่น แอสไพริน ยากลุ่ม NSAID อาหารเสริมบางชนิด
  • งดน้ำ และอาหารตามแพทย์สั่งอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลักอาหารระหว่างผ่าตัด
  • เตรียมเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวที่ต้องใช้หลังการผ่าตัด

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม

ขั้นตอนการผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม

  • แพทย์จะทำการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
  • จากนั้นทำการเปิดแผล เพื่อผ่าตัดเอาสารแปลกปลอมออก
  • หากแพทย์ใช้วิธีที่ 1 ในการผ่าตัด สามารถเย็บปิดแผลได้เลย
  • หากใช้เทคนิคที่ 2 แพทย์จะตัดผิวหนังบริเวณโคนอวัยวะเพศ และเปิดแผลบริเวณถุงอัณฑะ เพื่อดึงผิวบริเวณอัณฑะมาปิดแผล
  • จากนั้นเย็บปิดแผลอย่างประณีต ด้วยไหมละลาย

การดูแลหลังผ่าตัดแก้ไขสารเหลวหรือสารแปลกปลอม

การดูแลหลังผ่าตัดแก้ไขสารเหลว

การผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม คือ การผ่าตัดเพื่อนำสารแปลกปลอมต่าง ๆ ออกจากอวัยวะเพศชาย โดยส่วนใหญ่เกิดจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

อาทิเช่น เกิดการติดเชื้อ การอักเสบ เกิดพังพืดเป็นก้อน อวัยวะเพศผิดรูปจนถึงการทำงานของอวัยวะที่ผิดปกติ ตัวอย่างของสารแปลกปลอมที่ยังไม่ได้มีการรับรองในด้านความปลอดภัยเพื่อใช้นำมาฉีดเติมแต่ง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ซิลิโคนเหลว, ขี้ผึ้งยูนิซัน ,น้ำมันมะกอก

การผ่าตัดแก้สารแปลกปลอมต้องทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง หรือศัลยแพทย์ทั่วไป โดยผู้ป่วยควรเข้ารับปรึกษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือ เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของตน

สรุป จู๋พังเพราะทำมา สามารถรักษาได้ไหม

สุดท้ายนี้อยากฝากถึงหนุ่มๆ ที่เคยฉีดสารแปลกปลอมเพิ่มขนาดน้องชายกันเองแบบผมว่ารีบมาเอาออกกันเถอะครับ เพราะถ้าปล่อยให้สารนี้อยู่กับน้องชายไปนานๆ จะอันตรายมาก อาจเสี่ยงถึงขั้นเป็นมะเร็งหรือติดเชื้อรุนแรงจนต้องตัดน้องชายทิ้งเลยก็เป็นได้
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะขูดสารแปลกปลอมออกจากน้องชายที่ไหนดี ลองปรึกษาหมอเบียร์ได้ครับ สามารถเข้ามาที่คลินิกหมอเบียร์ คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาใกล้บ้านคุณ หรือสอบถามข้อมูลผ่านช่องทาง Line OA ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจู๋พังเพราะทำมา สามารถรักษาได้ไหม

Q : “พาราฟิโนมา” คืออะไร? อันตรายแค่ไหน
A : คือการอักเสบจากสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าอวัยวะเพศ (เช่น น้ำมัน ซิลิโคนเหลว) ทำให้บวม เจ็บ ผิดรูป ติดเชื้อเรื้อรัง และเสี่ยงมะเร็งองคชาต หากปล่อยทิ้งไว้นาน

 

Q : แก้ให้หายขาด 100% ได้ไหม
A : เป้าหมายคือเลาะเอาสารออกให้มากที่สุดและหยุดการอักเสบ แต่ไม่การันตี 100% เพราะสารมักกระจายเป็นหย่อมๆ ต้องประเมินรายเคส

 

Q : เมื่อไรควรรีบพบแพทย์แบบฉุกเฉิน
A : มีไข้ หนาวสั่น ปวดบวมแดงร้อนมาก มีหนอง กลิ่นแรง  ปัสสาวะลำบาก ชาหรือความรู้สึกลดลง รูปทรงเปลี่ยนเร็ว

 

Q :วิธีรักษามีอะไรบ้าง
A : 1) ใช้ยาประคับประคองชั่วคราว 2) ขูด และผ่าตัดเลาะสาร 3) ตัดผิวหนังบางส่วน (กรณีฉีดชั้นตื้น หรือปริมาณน้อย) 4) ตัดผิวหนังทั้งหมด + ปลูกถ่ายผิวหนัง หรือใช้ผิวหนังถุงอัณฑะปิด

 

Q :ใช้ผิวหนังถุงอัณฑะปิดแผล ดีไหม
A : ยืดหยุ่นดี เข้ากับการขยายตัวเวลาตั้งชันได้มากกว่าผิวหนังบางตำแหน่ง แต่แพทย์จะเลือกเทคนิคตามกายวิภาคและรอยโรคของแต่ละราย

คลิกที่นี่ ปรึกษาแก้สารแปลกปลอม กับ หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *