โรคที่พบได้บ่อยในคนไทย คือ โรคนิ่วในไต (Kidney Stone) โดยเกิดจากการตกตะกอนของเกลือแร่และสารเคมีในปัสสาวะ เช่น หินปูน ยูเรต หรือออกซาเลต สะสมกันจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ที่พบได้บ่อยบริเวณกรวยไตและทางเดินปัสสาวะ แต่ในปัจจุบันข่าวดีคือ นิ่วในไตสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยี ESWL (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy) หรือการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทกจากภายนอก คือเทคโนโลยีที่ใช้ คลื่นเสียงความถี่สูง ส่งผ่านผิวหนังเพื่อกระแทกก้อนนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปล่อยให้ขับออกมาทางปัสสาวะอย่างปลอดภัย
สาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วในไต
- มีโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ – ภาวะน้ำหนักตัวมากเกินไป
- ดื่มน้ำน้อยเกินไป – โรคแทรกซ้อนจากโรคเกาต์
- โรคเบาหวาน – กินอาหารที่มีโปรตีน / เกลือ / น้ำตาลสูงเกินไป
- ดื่มน้ำน้อยหรือมีภาวะขาดน้ำ – มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่ว เป็นต้น
วิธีการรักษาโรคนิ่วในไต
- ดื่มน้ำน้อยหรือมีภาวะขาดน้ำ – มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่ว เป็นต้นกรณีที่นิ่วก้อนเล็กมากๆ สามารถดื่มน้ำมากๆ ให้นิ่วหลุดออกมาเองตามธรรมชาติได้ หรืออาจจะใช้ยาบรรเทาปวด หรือ ยาขับก้อนนิ่วควบคู่กันไป
- การใช้เครื่องสลายนิ่ว (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL)
- การส่องกล้องสลายนิ่ว (Ureteroscopy)
- การรักษาแบบผ่าตัด (Percutanrous Nephrolithotomy : PCNL)
เครื่องสลายนิ่ว (ESWL) เป็นเครื่องมือชนิดพิเศษที่มีการนำคลื่นเสียงความถี่สูง (Supersonic Speed) กระแทกก้อนนิ่วให้แตกเป็นผงหรือเม็ดเล็ก ๆ แล้วขับออกจากร่างกายโดยระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดจากการรักษาน้อยกว่าวิธีการผ่าตัด ไม่มีอาการแทรกซ้อน ไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน
การเตรียมตัวเพื่อไปรับการสลายนิ่ว
- ควรรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย
- ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ไปรับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามวันนัด
การปฏิบัติตัวหลังจากการสลายนิ่ว
- วันแรกอาจจะเกิดอาการปวด ควรรับประทานยาที่แพทย์จัดให้ อาการจะทุเลาลง อาจจะมีอาการปัสสาวะแดง ควรนอนพักและดื่มน้ำให้มาก อาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
- งดทำงานหรือ ออกกำลังกายหนัก ในเวลา 1-2 วัน
- ดื่มน้ำมาก ๆ โดยประมาณ 3- 4 ลิตรต่อวัน เพื่อให้น้ำช่วยพาเศษนิ่วที่แตกให้หลุดออกมาได้เร็วขึ้น
- หลังการรักษาควรออกกำลังกายเป็นประจำ และสังเกตว่ามีเศษนิ่วหลุดออกมาพร้อมปัสสาวะบ้างหรือไม่
ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของการรักษา นิ่วในไต
- ขนาดของนิ่ว ถ้านิ่ว มีขนาดใหญ่เกินกว่า 2 ซม. หรือ มีหลายก้อน อาจจะต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งจึงจะประสบผลสำเร็จ
- ความแข็งของนิ่ว ถ้านิ่วมีองค์ประกอบที่แข็งมากอาจจะต้องทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง หรือต้องใช้พลังงานระดับสูงขึ้น อาจจะเพิ่มความเจ็บปวดได้
- การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์และพยาบาล
- ความผิดปกติของกายวิภาคของระบบทางเดินปัสสาวะ หรือผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดนิ่วในไต ผ่าตัดท่อไต อาจทำให้นิ่วที่แตกแล้วไม่สามารถหลุดออกมาได้ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องหยุดการสลายนิ่ว
สรุป นิ่วในไต
นิ่วในไตเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย จึงมีการรักษาหลากหลายวิธีมากมาย หนึ่งในนั้นคือการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก โดยไม่ต้องผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการรักษานิ่วในไตด้วยวิธีผ่าตัดในกรณีที่ก้อนนิ่วแข็งหรือใหญ่เกินไปอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่อยากเป็นสามารถป้องกันได้ง่ายๆด้วยการดื่มน้ำมากๆ สังเกตอาการ และควรรีบปรึกษาแพทย์เมื่อรู้สึกว่ามีอาการที่ผิดปกติ
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสลายนิ่ว ESWL
Q : การสลายนิ่ว ESWL เจ็บหรือไม่?
A : ระหว่างการรักษาอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกของคลื่น แต่ส่วนใหญ่ทนได้ และแพทย์มักให้ยาแก้ปวดช่วยลดความไม่สบาย
Q : หลังสลายนิ่ว ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
A : 1.ดื่มน้ำวันละ 3 – 4 ลิตร เพื่อช่วยขับเศษนิ่วออก
2.พักผ่อนและหลีกเลี่ยงการออกแรงหนัก 1 – 2 วันแรก
3.รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง
4.สังเกตปัสสาวะว่าเริ่มใสขึ้นและมีเศษนิ่วหลุดออกมาหรือไม่
Q : ข้อดีของการรักษาด้วย ESWL คืออะไร?
A : ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ , แผลเล็กหรือแทบไม่มีแผลเลย , พักฟื้นไม่นาน กลับบ้านได้เร็ว , ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัด
Q : ความเสี่ยงหรือข้อจำกัดของการสลายนิ่ว ESWL มีอะไรบ้าง?
A : 1.อาจปัสสาวะเป็นเลือดชั่วคราว
2.หากนิ่วมีขนาดใหญ่หรือแข็งมาก อาจต้องทำซ้ำหลายครั้ง
3.นิ่วบางชนิดแตกยาก
4.ผู้ที่เคยผ่าตัดทางเดินปัสสาวะหรือมีโครงสร้างผิดปกติ อาจไม่เหมาะกับ ESWL
Q : ESWL เหมาะกับผู้ป่วยทุกรายหรือไม่?
A : ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะ เช่น ผู้ที่มีนิ่วใหญ่มากกว่า 2 ซม. หรือมีหลายก้อน , หญิงตั้งครรภ์ , ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด ควรใช้วิธีการรักษาอื่น เช่น PCNL หรือการส่องกล้อง (URS)







รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
การฝังอุปกรณ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ (Penile implants)
ภาวะเสื่อมสมรรถ
เทคนิคการควบคุมการหลั่งเร็ว: การฝึกฝนและการใช้เทคนิคพิเศษ
หนึ่งในปัญหาทาง
การใช้ยาเพื่อเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ: ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
หยุดที่จะมองข้า
ผลข้างเคียงจากการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ด้วยการใช้ยาและการผ่าตัด
การมีขนาดอวัยวะ
ขลิบไร้เลือด ต่างจากขลิบปกติอย่างไร
น้องชายมีกลิ่นเ
ขลิบมีกี่แบบ ขลิบแบบไหนดีที่หมอเบียร์แนะนำ
หลายคนยังไม่ทรา
ขลิบดีไหม ข้อดีของการขลิบที่คุณอาจยังไม่รู้
หลายคนอาจสงสัยว
ขลิบคืออะไร ทำไมถึงต้องขลิบหนังหุ้มปลาย
ขลิบคืออะไร ทำไ