ฟังคำแนะนำของหมอสักนิด ถ้าไม่อยากโดนตัดจู๋

ในปัจจุบันมีผู้นิยม ฉีดสารเพิ่มขนาด น้องชายให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและคู่รัก แต่ในความเป็นจริงแล้วการฉีดสารเพิ่มขนาดให้น้องชายจากคลินิกไม่ได้มาตรฐาน

อาจเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของน้องชายตามมาอีกมากมายและนำมาสู่การสูญเสียน้องชายไปในที่สุด วันนี้หมอเบียร์จะมาพูดถึงอันตรายจากการฉีดเพิ่มขนาดที่คุณอาจคาดไม่ถึง ถ้าไม่อยากโดนตัดจู๋ ฟังทางนี้ครับ

สารเพิ่มขนาด

ฉีดเพิ่มขนาดคืออะไร

เป็นการฉีดสารแปลกปลอมที่เชื่อกันว่าสามารถเพิ่มขนาดอวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มความสุขในการทำกิจกรรมทางเพศให้มากขึ้นและนานขึ้น สำหรับสารที่ฉีดเข้าไปส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมันมะกอก, ขี้ผึ้ง, ยาสวนทวารยูนิซัน (Unison), เพนนิซิลิน (Penicillin) หรือแม้แต่ฟิลเลอร์ปลอม

หลังจากฉีดไปสักพักคนไข้จะเห็นว่าอวัยวะเพศมีขนาดใหญ่ขึ้นคล้ายลูกยอ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ฤทธิ์ของยานะครับแต่เป็นพังผืดที่เกิดจากร่างกายทำปฏิกิริยาต่อต้านสารที่ฉีดเข้าไปหรือเกิดการติดเชื้อจากเครื่องมือที่ใช้ฉีดไม่สะอาดพอ

เช่น ห้องที่ใช้ฉีดไม่ได้ทำความสะอาดตามหลักการแพทย์, เข็มหรือยาที่ใช้ฉีดไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับฉีดอวัยวะเพศโดยเฉพาะ ฯลฯ

ส่งผลให้คนไข้ติดเชื้อรุนแรงจนอวัยวะเพศบวมแดง อักเสบ มีเลือดคั่งสีดำคล้ำ เป็นหนอง รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษาอาจทำให้อวัยวะเพศผิดรูป เป็นแผลเรื้อรังและกลายเป็นโรคมะเร็งองคชาตในที่สุด

ในปัจจุบันพบว่ามีหลายคนเข้ารับการฉีดสารแปลกปลอมเพื่อเพิ่มขนาดจากคลินิกเถื่อนเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ส่วนหนึ่งเกิดจากการโฆษณาชวนเชื่อตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ช่องทางการติดต่อคลินิกเถื่อนเหล่านี้ก็ง่ายกว่าสมัยก่อน

และด้วยความที่คลินิกเหล่านี้มีบริการที่ค่อนข้างถูก ใคร ๆ ก็สามารถจ่ายได้ จึงทำให้มีผู้ชายหลายคนที่ไม่มั่นใจในขนาดอวัยวะเพศของตัวเองตัดสินใจฉีดโดยที่ไม่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดแม้แต่น้อย

ข้อเสียของการฉีดเพิ่มขนาด

ข้อเสียจากการฉีดเพิ่มขนาดที่คุณควรรู้

  • อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นแต่ขาดความยืดหยุ่น จึงขยับผิวหนังขึ้น-ลงไม่ได้ ทำให้เสียดสีทุกครั้งที่สอดใส่
  • อวัยวะเพศบวมแดง รู้สึกเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • อวัยวะเพศมีกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ กลิ่นเหม็นเน่า
  • มีหนองไหลออกมาจากอวัยวะเพศ
  • ทำความสะอาดหัวองคชาตยากขึ้นเนื่องจากหนังหุ้มปลายรูดขึ้น-ลงไม่สุด
  • อวัยวะเพศเป็นแผลง่ายขึ้น ส่วนแผลจะหายช้ากว่าแผลทั่วไปเนื่องจากสารที่ฉีดเข้าไปจะขัดขวางการไหลเวียนของเลือด เลือดไหลไปเลี้ยงน้อย
  • หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งองคชาตและต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งในที่สุด
  • ลดความรู้สึกทางเพศ ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เนื่องจากอาการเจ็บปวด
  • เสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ง่ายขึ้น เนื่องจากผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศเสื่อมสภาพ ทำความสะอาดได้ไม่หมดจด ติดเชื้อง่าย
  • ฝ่ายหญิงเสี่ยงต่ออาการระคายเคืองจากอวัยวะเพศชาย หากสอดใส่อวัยวะเพศชายที่ฉีดสารเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูก
  • สูญเสียความมั่นใจเนื่องจากอวัยวะเพศบวมเป่งผิดธรรมชาติ
  • เสียค่ารักษาแพง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดตบแต่งแก้ไขอวัยวะเพศ จึงไม่ครอบคลุมสิทธิการรักษาของรัฐฯ

ผ่าตัดแก้ไข

วิธีการรักษา

แพทย์จะแนะนำให้ผ่าเอาสารแปลกปลอมออก ร่วมกับการขลิบอวัยวะเพศ (การรักษาขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล) เนื่องจากการนำสารแปลกปลอมออกไม่สามารถทำได้ด้วยการขลิบไร้เลือดอัตโนมัติเพียงครั้งเดียว จึงต้องมีการผ่าตัดและเย็บแผล

เพื่อยับยั้งไม่ให้เกิดแผลลุกลามไปมากกว่านี้ และเป็นวิธีที่ไม่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ของอวัยวะเพศชายมากนัก การขลิบไร้เลือด เป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงในการรักษาน้อย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนหลังการรักษามากนัก

การขลิบไร้เลือด

ข้อดีของการขลิบไร้เลือด

ช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาตรงตามแผนการรักษา 100% และใช้เวลารักษาเพียง 10-15 นาที ต่างจากการขลิบแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง เนื่องจากเครื่องที่ใช้ขลิบเป็นเครื่องมือขลิบไร้เลือดอัตโนมัติแบบสวมครอบ (Round Stapler)

ที่สามารถตัดรอบวงหนังหุ้มปลายและเย็บแผลให้ติดกันด้วยกลัดอลูมิเนียมภายในเวลาเดียวกัน จึงทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อยเพราะมีเลือดไหลออกจากปากแผลน้อยกว่าการขลิบด้วยมีดและเลเซอร์

ส่งผลให้แผลสมานตัวไว แห้งเร็ว แถมแผลขลิบสวยเรียบเนียน ช่วยให้ผู้ที่เข้ารับการรักษารู้สึกพึงพอใจในรูปลักษณ์ของอวัยวะเพศมากยิ่งขึ้นด้วยครับ

ในกรณีที่อวัยวะเพศบวมระดับรุนแรงไม่มากนัก ทางแพทย์จะทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อส่วนที่เป็นแผล เป็นก้อน ออกให้หมดแล้วใช้ผิวหนังบริเวณอัณฑะปิดคลุมองคชาตแทน และย้ายท่อปัสสาวะไปอยู่บริเวณทวารแทนเพื่อให้กลั้นปัสสาวะได้เหมือนคนทั่วไป

แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนกลายเป็นมะเร็งองคชาต แพทย์อาจต้องตัดอวัยวะเพศออก ซึ่งจะทำให้คนไข้ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกตลอดไป

ทั้งนี้ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าการผ่าตัดรักษาไม่สามารถกำจัดสารที่ฉีดเข้าไปได้หมดทุกส่วนเนื่องจากสารเหล่านี้ได้แพร่กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของอวัยวะเพศเรียบร้อยแล้ว จึงมีโอกาสตกค้างอยู่ตามถุงอัณฑะและหัวเหน่าได้นะครับ

สรุป ฟังหมอเบียร์สักนิด ถ้าไม่อยากโดนตัดจู๋

บรรดาผู้ชายที่ต้องการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายของตนให้ใหญ่และยาวขึ้น ด้วยการไปหาซื้อของเหลวมาฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยตนเอง เช่น น้ำมันมะกอก (พาราฟินโนม่า) บ้างก็ใช้ขี้ผึ้ง

แต่เกือบทั้งหมดมักล้มเหลว เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ เลือดไหล เนื้อเน่า ให้ต้องแก้ไข บางรายแทนที่จะเพิ่มความเป็นชาย กลับกลายเป็นต้องเสียความเป็นชายไปด้วยการต้องตัดอวัยวะเพศออกเพื่อรักษาชีวิตไว้ก่อนก็มี

 

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคำแนะนำของหมอ ถ้าไม่อยากโดนตัดจู๋

 

Q : ฉีดเพิ่มขนาดน้องชาย “เห็นผลเร็ว ราคาไม่แพง” จริงไหม?
A :ขนาดที่ใหญ่ขึ้นมักเกิดจากพังผืด หรือบวม ไม่ใช่เนื้อเยื่อปกติ เสี่ยงติดเชื้อ เนื้อเน่า ผิดรูป และอาจต้องผ่าตัดแก้ไข ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตามมาสูงกว่ามาก

 

Q : ถ้าฉีดมาแล้วเริ่มบวมแดง เจ็บ หรือมีกลิ่น ควรทำอย่างไร?
A :รีบหยุดกิจกรรมทางเพศ ทำความสะอาดเบื้องต้นและพบแพทย์ทันที อาการดังกล่าวบ่งชี้การติดเชื้อ พังผืดที่ต้องรักษาโดยเร็ว

 

Q : การรักษาต้องทำอะไรบ้าง?
A :ตามดุลยพินิจแพทย์ ผ่าตัดนำสารออก ร่วมกับขลิบไร้เลือด ผ่าตัดตัดแต่ง และดูแลแผลอย่างใกล้ชิด บางรายจำเป็นต้องย้ายผิวหนังปิดหรือทำทางปัสสาวะชั่วคราว

 

Q : ขลิบไร้เลือดต่างจากขลิบแบบเดิมอย่างไร?
A : ใช้เครื่องมือแบบสวมครอบ ตัดเย็บในคราวเดียว ลดเลือดออก เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อย ทำเร็ว แผลเรียบเนียน ฟื้นตัวไว (แพทย์เป็นผู้ประเมินข้อเหมาะสมรายบุคคล)

 

Q : ทำไมบางคนถึง “ต้องตัดอวัยวะเพศ”?
A :ปล่อยให้ติดเชื้อ มีพังผืด เนื้อเน่าเรื้อรัง หรือเกิดมะเร็งองคชาต จนรักษาอวัยวะเพศไม่ได้ การตัดช่วยรักษาชีวิต แต่กระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก

 

คลิกที่นี่ ปรึกษาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ กับ หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *