หลั่งเร็ว ปัญหาที่พบในชายไทยมากกว่า 30 % แต่หลายคนกลับอาย ไม่กล้าปรึกษาใคร การหลั่งเร็ว (premature ejaculation-PE) เป็นความกังวลด้านสุขภาพทางเพศของผู้ชายที่พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรเพศชายทั่วโลก หากการหลั่งเร็วเกิดขึ้นไม่บ่อยก็ไม่เป็นปัญหามากนัก
แต่หากมีการหลั่งเกิดขึ้นภายในหนึ่งนาทีหลังจากสอดใส่ หรือไม่สามารถยับยั้งการหลั่งได้ในระหว่างการสอดใส่ อาการเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความเครียดและกังวลใจจนหลีกเลี่ยงที่จะมีเพศสัมพันธ์ และจะถูกวินิจฉัยว่า มีภาวะหลั่งเร็ว การแสดงอาการหลั่งเร็วของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
บางคนจะถึงจุดสุดยอดและหลั่งก่อนที่จะเกิดการกระตุ้นทางกาย บ้างก็มีอาการหลั่งเร็วขณะที่กำลังถูกกระตุ้น เช่น ขณะที่กำลังเล้าโลมจากการใช้ปาก สอดใส่ หรือขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์ อาการหลั่งเร็วนี้ บางคนก็เป็นมานานแล้ว หรือบางคนก็เพิ่งมาเป็นในช่วงหลังๆ

แนวคิดการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย
ในภูมิทัศน์อันหลากหลายและอุดมไปด้วยวัฒนธรรมของไทย การพูดคุยถึงปัญหาสุขภาพทางเพศ เช่น การหลั่งเร็ว (PE) อาจเป็นเรื่องท้าทาย ผู้ชายหลายคนต้องทนทุกข์ทรมานโดยไม่พูดอะไรเพราะความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมและข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพทางเพศ บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย
ความเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม
ในหลายๆ วัฒนธรรม โดยเฉพาะในเอเชีย มักมองว่าการพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งเป็นผลมาจากคนรุ่นก่อนที่มีคู่ครองเพียงคนเดียวตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา
ความอ่อนไหวเหล่านี้อาจทำให้ขาดความตระหนักรู้และลังเลที่จะหาความช่วยเหลือสำหรับภาวะที่สามารถรักษาได้ เช่น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อย่างไรก็ตาม
การแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างเปิดเผยถือเป็นสิ่งสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ นี่คือเหตุผลที่ความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมมีความสำคัญ
- ความอับอายและความอับอาย:ความเชื่อทางวัฒนธรรมอาจเชื่อมโยงภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศกับการสูญเสียความเป็นชาย ทำให้เกิดความอับอายและลังเลที่จะแสวงหาความช่วยเหลือ
- ข้อกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล:ในชุมชนที่มีความผูกพันกันแน่นแฟ้น ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความลับอาจทำให้บุคคลต่างๆ ไม่กล้าขอคำแนะนำทางการแพทย์
- ความเชื่อทางศาสนา:คำสอนทางศาสนาบางประการอาจส่งผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและการรักษาที่ยอมรับได้
ภาวะหลั่งเร็วส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
ภาวะหลั่งเร็ว สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ชาย และผู้หญิงได้ในหลาย ๆ ด้าน แบ่งออกได้ ดังนี้
- ผลกระทบต่อผู้ชาย
ขาดความมั่นใจ: ทำให้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศของตนเองและอาจทำให้เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
ความเครียดและกดดัน: ความไม่พอใจในตนเองและความกังวลเกี่ยวกับการทำให้คู่รักพึงพอใจ อาจนำไปสู่ความเครียดและภาวะซึมเศร้า - ผลกระทบต่อผู้หญิง
ความไม่พึงพอใจทางเพศ: อาจรู้สึกว่าไม่ได้รับความพึงพอใจเต็มที่จากการมีเพศสัมพันธ์
ความสัมพันธ์ที่มีปัญหา: การขาดความเข้าใจ และการสื่อสารอาจทำให้เกิดความไม่พอใจและปัญหาในความสัมพันธ์ - ผลกระทบต่อคู่รัก
การขาดความสัมพันธ์ทางอารมณ์: การหลั่งเร็วอาจทำให้การมีเพศสัมพันธ์ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ และส่งผลกระทบต่อความใกล้ชิดทางอารมณ์ของทั้งคู่
การขาดการสื่อสาร: หากทั้งคู่ไม่สื่อสารกันอย่างเปิดเผย อาจทำให้เกิดความไม่พอใจและความเข้าใจผิดในความสัมพันธ์ - การปรึกษาแพทย์หรือนักบำบัดเพื่อรับการรักษาและคำแนะนำที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาและสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งคู่ในระยะยาว
เคล็ดลับทางเพศ รับมือปัญหาหลั่งเร็ว
เมื่ออาการหลั่งเร็วเริ่มก่อให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์และความมั่นใจในตนเอง ไม่ควรลังเลใจที่จะไปปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ
ซึ่งแพทย์อาจให้ยารักษาตามอาการ เช่น ให้รับประทานยาต้านเศร้า หรือให้ใช้ยาชาทาอวัยวะเพศก่อนมีกิจกรรมทางเพศ รวมถึงอาจแนะนำวิธีการอื่น ๆ
เช่น พูดคุยปรับความเข้าใจกับคู่ครองเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน เข้ารับการบำบัดหรือรับคำปรึกษาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต รวมถึงอาจใช้เทคนิคทางเพศบางประการเพื่อช่วยบริหารขณะมีเพศสัมพันธ์และลดปัญหาหลั่งเร็ว ดังต่อไปนี้
สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง
นอกจากจะช่วยปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศและทำให้เกิดความสุขแล้ว การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองของผู้ชายยังมีประโยชน์ต่อการร่วมเพศเช่นกัน เพราะหากผู้ชายไม่ได้ทำกิจกรรมทางเพศมานานกว่า 1 วัน
จะทำให้หลั่งน้ำอสุจิได้เร็วกว่าที่ควร เพราะฉะนั้นผู้ชายควรสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก่อนร่วมเพศประมาณ 1-2 ชั่วโมง และอาจทำในตอนเช้าแล้วจึงมีเพศสัมพันธ์ในตอนค่ำ หรือทำในตอนค่ำแล้วจึงมีเพศสัมพันธ์ในตอนเช้า
นอกจากนี้ การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองยังช่วยฝึกฝนให้ผู้ชายควบคุมการหลั่งน้ำอสุจิได้ดีขึ้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาหลั่งเร็วควรสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง 3-5 วัน ต่อสัปดาห์ โดยการใช้มือเปล่าสลับกับมือที่ชุ่มน้ำสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
เพื่อฝึกฝนให้ร่างกายรับรู้ความรู้สึกที่หลากหลาย และเมื่อรู้สึกใกล้ถึงจุดสุดยอดให้หยุดพักไปก่อนประมาณ 5 นาที จากนั้นจึงค่อยเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง โดยปฏิบัติเช่นนี้ซ้ำ ๆ 3-4 รอบก่อนจะหลั่งน้ำอสุจิในรอบสุดท้าย
วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้ชายเรียนรู้ขีดจำกัดของตัวเองและสามารถนำประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการมีเพศสัมพันธ์ โดยการหยุดพักเป็นระยะก่อนไปถึงจุดสุดยอดเพื่อแก้ปัญหาอาการหลั่งเร็ว
สรุป ก้าวผ่านปัญหาหลั่งเร็วด้วยความสัมพันธ์ที่ดี
นอกเหนือจากเทคนิควิธีการต่าง ๆ การสื่อสารกับคู่ชีวิตก็เป็นพื้นฐานของการมีความสัมพันธ์ที่ดี ผู้ที่มีปัญหาหลั่งเร็วควรพูดคุยกับคู่ของตนให้รับรู้สถานการณ์
และฝ่ายหญิงก็ไม่ควรกดดันฝ่ายชายด้วยการจับเวลา เพราะระยะเวลาของการมีเพศสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ควรมีกำหนดการที่ตายตัว และความเครียดจากแรงกดดันมีแต่จะส่งผลให้ปัญหานี้แย่ลง
การปรับความเข้าใจเรื่องการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้ฝ่ายชายรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นซึ่งช่วยชะลอการหลั่งของน้ำอสุจิได้ อย่างไรก็ตาม หากพยายามปฏิบัติตามแนวทางต่าง ๆ แล้วยังอาการไม่ดีขึ้น
หรือปัญหาหลั่งเร็วก่อให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจและความสัมพันธ์เป็นอย่างมาก ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ปรึกษาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE OA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อสาขาใกล้บ้านท่านได้เลยครับ คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาทั้งหมด
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรับรู้เรื่องหลั่งเร็วในสังคมไทย
Q : ทำไมผู้ชายไทยจำนวนมากจึงอายที่จะคุยเรื่องหลั่งเร็ว?
A : ข้อห้ามทางวัฒนธรรมและค่านิยมความเป็นชายทำให้กลัวถูกมองว่าไม่สมบูรณ์ จึงหลีกเลี่ยงการพูดคุย ทั้งที่เป็นภาวะพบได้บ่อยและรักษาได้
Q : หลั่งเร็วมีเกณฑ์อย่างไรถึงเข้าข่ายภาวะทางการแพทย์?
A : โดยทั่วไปคือการหลั่งภายใน 1 นาทีหลังสอดใส่ หรือควบคุมการหลั่งไม่ได้จนเกิดความเครียด/กระทบความสัมพันธ์ ควรให้แพทย์ประเมินสาเหตุและแนวทางช่วยเหลือ
Q : ปัญหานี้ส่งผลต่อคู่รักอย่างไร?
A : ลดความพึงพอใจทางเพศ ทำให้ห่างเหินหากไม่สื่อสาร เปิดใจคุยเรื่องจังหวะ ความชอบ เทคนิคปลุกเร้า และมองว่าเป็นปัญหาร่วม จะช่วยลดแรงกดดัน
Q : มีวิธีรับมือที่บ้านแบบไม่ใช้ยาหรือไม่?
A : มี เช่น เทคนิค stop–start หรือsqueeze ฝึกหายใจช้าลึก ใช้ถุงยางหนาพิเศษ จัดการความเครียด นอนพอ ออกกำลังกาย สื่อสารกับคู่รัก
Q : จำเป็นต้องใช้ยาหรือพบแพทย์เสมอไหม?
A : ไม่จำเป็นทุกราย หากเกิดบ่อย กระทบชีวิตคู่ หรือสงสัยปัจจัยทางกาย จิตใจ ควรพบแพทย์หรือเพศบำบัดเพื่อทางเลือกที่เหมาะสมปลอดภัย





รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
Kegel ผู้ชายคืออะไร เสริมสมรรถภาพทางเพศได้ไหม
หลายคนคุ้นชื่อ
การฝังอุปกรณ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ (Penile implants)
ภาวะเสื่อมสมรรถ
เทคนิคการควบคุมการหลั่งเร็ว: การฝึกฝนและการใช้เทคนิคพิเศษ
หนึ่งในปัญหาทาง
การใช้ยาเพื่อเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ: ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
หยุดที่จะมองข้า
ผลข้างเคียงจากการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ด้วยการใช้ยาและการผ่าตัด
การมีขนาดอวัยวะ
ขลิบไร้เลือด ต่างจากขลิบปกติอย่างไร
น้องชายมีกลิ่นเ
ขลิบมีกี่แบบ ขลิบแบบไหนดีที่หมอเบียร์แนะนำ
หลายคนยังไม่ทรา
ขลิบดีไหม ข้อดีของการขลิบที่คุณอาจยังไม่รู้
หลายคนอาจสงสัยว