ความเสี่ยงจากการฝังมุก เราฝังมุกไปเพื่ออะไร การฝังมุกเป็นค่านิยมและรสนิยมส่วนบุคคลของผู้ชายที่เชื่อว่าช่วยเพิ่มขนาดน้องชายหรือทำให้คู่นอนมีความสุขมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว “การฝังมุก” คืออะไร อันตรายหรือไม่ และมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง?
👉 อ่านเพิ่มเติม: วิธีเพิ่มความยาวอวัยวะเพศอย่างปลอดภัย
แต่จริง ๆ แล้วการฝังมุก คืออะไร อันตรายหรือไม่ มีความเสี่ยงแค่ไหน และจะส่งผลต่อคุณผู้ชายและคู่รักอย่างไรบ้าง บทความนี้จึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการฝังมุกมีคำตอบมาฝากทุกคนครับ
ฝังมุก คืออะไร
การฝังมุก คือ การผ่าตัดฝังวัสดุทรงกลมขนาดประมาณ 3-10 มิลลิเมตร เข้าไปในหนังหุ้มองคชาตแบบถาวร โดยวัสดุที่ใช้ในการฝังมุกจะผลิตจากพลาสติก, แก้ว, ซิลิโคน, โพลีเมอร์ ฯลฯ
ทั้งนี้อาจฝังชิ้นเดียวหรือหลายชิ้นก็ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน หลายคนเชื่อกันว่าการฝังมุกจะช่วยเพิ่มความรู้สึกขณะสอดใส่และช่วยให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดง่ายขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้วขนาดหรือผิวของน้องชายอาจไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์มากนัก เนื่องจากผู้หญิงมีจุดกระตุ้นอารมณ์ทางเพศมากกว่าการสอดใส่เพียงอย่างเดียว
👉 อ่านเพิ่มเติม: ฝังมุกแล้วผู้หญิงจะชอบไหม
ในขณะเดียวก็มีผู้หญิงหลายคนมองว่าการฝังมุกเป็นสิ่งที่ดูน่ากลัวจนทำให้ความต้องการทางเพศลดลงและไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ฝังมุกมาด้วยเช่นกัน
ฝังมุกอันตรายไหม
แม้ปัจจุบันจะมีคลินิกศัลยกรรมสำหรับท่านชายที่มีบริการฝังมุกโดยเฉพาะ ไม่ใช่คลินิกเถื่อน แต่การฝังมุกก็คือการผ่าตัดนำสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายในบริเวณที่เป็นจุดอ่อนไหวและเต็มไปด้วยเส้นเลือด เส้นประสาท การฝังมุกจึงมีความเสี่ยงตามมาด้วยเสมอ
ทั้งการอักเสบและติดเชื้อบริเวณน้องชาย การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ความเสี่ยงในการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำให้อวัยวะเพศผิดรูป หากเกิดอาการผิดปกติรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันที อาจลุกลามจนมีความเสี่ยงต้องตัดน้องชายทิ้งกันเลยทีเดียว
- อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่อวัยวะเพศของคู่นอน เช่น เลือดออก เป็นแผลในช่องคลอด
- อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน หนองในเทียม ซิฟิลิส
- อาจทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
- อาจเกิดการติดเชื้อบริเวณที่ฝังมุกจนส่งผลเสียในระยะยาว เช่น อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อวัยวะเพศผิดรูป เนื้อตาย เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มะเร็ง
- อาจเสี่ยงที่เนื้อเยื่อจะปฏิเสธวัสดุในการฝังมุกและดันออกมานอกอวัยวะเพศหรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้อ ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ อาจจำเป็นต้องตัดอวัยวะเพศ
👉 ดูเพิ่มเติม: ความเสี่ยงจากการฉีดสารเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ
ความเสี่ยงจากการฝังมุก
แม้ว่าในปัจจุบันจะมีหมอเถื่อนและคลินิกเถื่อนรับฝังมุกจำนวนมากตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ รวมถึงมีหลายคนในสื่อออนไลน์พูดถึงการฝังมุกว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มความสุขทางเพศได้จริง ๆ ก็ยิ่งส่งเสริมให้คนหันมาฝังมุกกันมากขึ้น
แต่การฝังมุกก็คือการฝังสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่แล้ว เนื่องจากร่างกายจะสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาต่อต้านมุกที่ฝังเข้าไป ส่งผลให้เกิดการอักเสบและนำมาสู่การติดเชื้อบริเวณน้องชาย
อย่าลืมนะครับว่าน้องชายของเราเป็นอวัยวะที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก หากฝังมุกด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือผ่าตัดฝังมุกในพื้นที่ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน อาจเสี่ยงต่อปัญหาต่าง ๆ ได้ง่าย
ไม่ว่าจะเป็นมุกหรือลูกเหล็กที่ใช้ฝังขึ้นสนิม, เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ รวมถึงเพิ่มโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ง่ายขึ้น ทั้งหนองใน หนองในเทียม โรคซิฟิลิส (Syphilis) และอื่น ๆ อีกมาก
หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะอวัยวะเพศเน่า มะเร็งองคชาต และทำให้ต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งในที่สุด
👉 อ่านต่อ: โรคไพโรนีย์คืออะไร (อวัยวะเพศโค้งงอผิดรูป)
นอกจากนี้ยังมีผลกับฝ่ายหญิงด้วยนะครับ เพราะมุกจะเสียดสีบริเวณผนังช่องคลอดจนมีเลือดไหลออกมาซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นแผลอักเสบและติดเชื้อในช่องคลอดจนพัฒนามาเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด
ฝังมุกแล้วมีผลเสียอย่างไรกับอีกฝ่าย
การฝังมุกไม่ได้ส่งผลแค่กับร่างกายของผู้ชายเพราะยังมีผลต่อผู้หญิงด้วย เม็ดมุกอาจเสียดสีกับผนังช่องคลอดระหว่างร่วมรักจนเกิดบาดแผล มีเลือดออก ก่อให้เกิดการระคายเคือง เกิดความเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อในช่องคลอด
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หากรุนแรงมากอาการเหล่านี้สามารถกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อจิตใจ ผู้หญิงบางคนอาจกลัว ไม่คุ้นเคย และไม่มีความสุขเมื่อต้องร่วมรักกับผู้ชายฝังมุก
สรุป ความเสี่ยงจากการฝังมุก
การฝังสิ่งแปลกปลอม และ การฉีด ปัจจุบันไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ 2 สิ่งนี้ เป็นอันตรายมาก โดยเฉพาะถ้ากลุ่มวัยรุ่นทำกันเองที่บ้าน อุปกรณ์ที่ใช้ พื้นผิวที่ทำ และอุปกรณ์ในการฝังหรือ ฉีด อาจไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
จากประสบการณ์ที่พบผู้ป่วย ทราบว่า วัยรุ่นชายส่วนใหญ่นิยมฉีดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ แต่ฝากเตือนว่า เมื่อฉีด ผ่านไประยะหนึ่ง สารเหลวจะทำปฏิกิริยากับกล้ามเนื้อและทำให้เกิดการติดเชื้อได้
เมื่อติดเชื้อ ก็จะส่งผลระยะยาว คือ อวัยวะเพศมีโอกาสไม่แข็งตัว หรือ ผิดรูป คุณหมอบอกว่า บางรายโชคร้าย อาจเกิดเนื้อตายที่บริเวณผิวของอวัยวะเพศ ถ้าหากรักษาไม่ได้ อาจจะต้องตัดทิ้ง การจะทำอะไรกับอวัยวะเพศ
ควรปรึกษาแพทย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง เพราะ การฉีดอวัยวะเพศ ถือเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหา เฉพาะทาง ซึ่งตามหลักการแพทย์ มีเกณฑ์พิจารณาว่าจะทำให้ใครบ้าง ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงสอบถามหมอเบียร์ได้ที่ Line OA หรือ เข้ามาสอบถามที่สาขาใกล้บ้านท่าน คลิกเพื่อดูสาขาที่นี่
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากการฝังมุก
การฝังมุก คือ การผ่าตัดฝังวัสดุทรงกลม เช่น พลาสติก แก้ว หรือซิลิโคน เข้าใต้หนังหุ้มองคชาต เพื่อเพิ่มขนาดหรือสร้างความรู้สึกขณะมีเพศสัมพันธ์ แต่วิธีนี้ไม่ผ่านการรับรองทางการแพทย์และมีความเสี่ยงสูงครับ
ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันครับ หลายคนคิดว่าฝังมุกแล้วคู่จะรู้สึกดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงผู้หญิงบางคนกลับรู้สึกเจ็บหรือกลัว และอาจเกิดบาดแผลในช่องคลอดได้ด้วย
มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ อวัยวะเพศผิดรูป หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงอาจต้องตัดอวัยวะเพศหากเกิดเนื้อตายรุนแรง โดยเฉพาะถ้าทำกับคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอเถื่อนครับ
มีครับ เม็ดมุกอาจเสียดสีกับผนังช่องคลอดจนเกิดบาดแผล การอักเสบ หรือแม้แต่การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ซึ่งอาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ในระยะยาว
ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ เช่น ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะหรือแพทย์เวชศาสตร์เพศชาย เพื่อประเมินวิธีที่ปลอดภัย เช่น การฉีดฟิลเลอร์ทางการแพทย์ หรือการผ่าตัดเพิ่มขนาดภายใต้มาตรฐานที่ถูกต้อง






รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
การใช้การฝังอุปกรณ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ (Penile implants)
ภาวะเสื่อมสมรรถ
เทคนิคการควบคุมการหลั่งเร็ว: การฝึกฝนและการใช้เทคนิคพิเศษ
หนึ่งในปัญหาทาง
การใช้ยาเพื่อเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ: ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
หยุดที่จะมองข้า
ผลข้างเคียงจากการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ด้วยการใช้ยาและการผ่าตัด
การมีขนาดอวัยวะ
ขลิบไร้เลือด ต่างจากขลิบปกติอย่างไร
น้องชายมีกลิ่นเ
ขลิบมีกี่แบบ ขลิบแบบไหนดีที่หมอเบียร์แนะนำ
หลายคนยังไม่ทรา
ขลิบดีไหม ข้อดีของการขลิบที่คุณอาจยังไม่รู้
หลายคนอาจสงสัยว
ขลิบคืออะไร ทำไมถึงต้องขลิบหนังหุ้มปลาย
ขลิบคืออะไร ทำไ