หลายคนอาจสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว วิธีวัดอวัยวะเพศชาย ที่ถูกต้องควรทำยังไงกันแน่ บางคนวัดแล้วได้ไม่เท่ากับเพื่อน บางครั้งก็ใช้เครื่องมือวัดที่ไม่เหมือนกัน จนงงว่าวิธีวัดอันไหนคือมาตรฐานจริงๆ ในความจริงแล้วการวัดขนาดอวัยวะเพศชายนั้นไม่ได้ยากเลย แค่ทำให้ถูกวิธีและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม คุณก็จะได้ผลที่แม่นยำ พร้อมนำไปใช้เลือกไซส์ถุงยางที่พอดีและปลอดภัยมากขึ้น
ทำไมต้องวัดอวัยวะเพศชาย? สำคัญมากไหม?
เพราะ วิธีวัดอวัยวะเพศชาย ที่ถูกต้องช่วยให้เลือกถุงยางได้พอดี ลดความเสี่ยงจากการหลุดหรือขาด และทำให้มั่นใจเวลามีเพศสัมพันธ์
การวัดช่วยให้รู้พัฒนาการร่างกาย ตรวจสอบว่าขนาดอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเป็นข้อมูลเวลาปรึกษาแพทย์เรื่องสุขภาพเพศชาย
ไม่จำเป็นต้องวัดทุกวัน แค่ทำให้ถูกวิธีสักครั้งก็จะรู้ขนาดที่แท้จริงและสามารถใช้ได้ยาวๆ
วิธีวัดขนาดอวัยวะเพศชายอย่างถูกต้อง
ก่อนที่เราจะมา วัดขนาดน้องชาย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การวัดขนาดอวัยวะเพศ เพื่อหาขนาดถุงยางที่เหมาะสมนั้น ต้องวัดตอนที่อวัยวะเพศชายแข็งตัวเต็มที่เท่านั้น! และวัดตำแหน่งบริเวณกึ่งกลางความยาวของอวัยวะเพศ ซึ่งขั้นตอนนี้ใครจะใช้วิธีใดให้อวัยวะเพศแข็งตัว ก็ตามสะดวกตามใจชอบได้เลย หมอสรุปวิธีวัดขนาดถุงยาง แบบง่ายๆและครบถ้วน สามารถนำไปใช้งานจริงได้ 3 วิธี ด้วยกัน ได้แก่
1. ใช้สายวัดตัวทั่วไป
พูดถึง สายวัดจู๋ ด้วยวิธีการวัดขนาดถุงยางอนามัยที่เหมาะสมกับผู้ใช้แบบแม่นยำที่สุด โดยใช้สายวัดตัวที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป วิธีนี้จะต้องใช้เครื่องคิดเลขคำนวณกันสักเล็กน้อย สามารถทำได้โดย ใช้สายวัดพันรอบน้องชายที่แข็งตัวเต็มที่ บริเวณกึ่งกลางของความยาว แล้วจดค่าที่ได้ โดยใช้มาตรวัดเป็นมิลลิเมตร (มม.) จากนั้นนำค่าที่ได้มาหารด้วย 2.3 ก็จะได้ขนาดถุงยางอนามัยที่กระชับพอดีเป๊ะๆ สำหรับคุณ
- สูตรวิธีวัดขนาดอวัยวะเพศ เพื่อหาขนาดถุงยาง
ความกว้างของถุงยางอนามัย (เมื่อวางแบนราบบนพื้น) = ความยาวเส้นรอบวงของถุงยางอนามัย (มม.) หาร 2
ขนาดถุงยางอนามัยที่ควรใช้ (ขนาดที่เหมาะสมกับอวัยวะเพศ) = ความยาวเส้นรอบวงอวัยวะเพศ (มม.) หาร 2.3 - วิธีวัดขนาดถุงยางที่นำค่าความยาวเส้นรอบอวัยวะเพศ (มม.) มาหารด้วย 2 นั้น เป็นค่าขนาดที่คุณจะสามารถสวมใส่ครอบเข้าไปได้พอดีแต่ไม่กระชับ จึงมีงานวิจัยในต่างประเทศได้ทำการทดลอง เพื่อหาค่าการคำนวณที่เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ขนาดถุงยางที่กระชับคล่องตัวของผู้ใช้
ตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณวัดเส้นรอบวงของอวัยวะเพศขณะแข็งตัวเต็มที่ได้ 120 มม. ให้นำมาหารด้วย 2.3 จะได้ 52.17 เมื่อซื้อถุงยางอนามัย คุณควรเลือกซื้อขนาด 52 มม. เพราะถุงยางอนามัย สามารถขยายตัวได้อีกเล็กน้อยทำให้คุณสามารถใช้ขนาดนี้ได้โดยไม่อึดอัด
2. ใช้สายวัดขนาดอวัยวะเพศมาตรฐาน จากกระทรวงสาธารณะสุข
เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ เพียงคุณมีเครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) โดยคุณจะต้อง พิมพ์-ตัด-วัด เครื่องมือนี้มีชื่อเรียกว่า เครื่องมือวัดจู๋ ที่คิดค้นโดยกลุ่มโรคเอดส์กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นเครื่องมือวัดขนาดอวัยวะเพศชายไทย ที่เป็นมาตรฐานโดยเฉพาะขึ้นมาให้ได้ใช้กัน
- โดยมีมาตรวัดเป็นมิลลิเมตร (มม.) และเป็นแบบพิมพ์ใส่กระดาษ ที่ให้ทุกคนสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย สะดวก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพื่อป้องกันโรคติดต่อ
- โดยสามารถดาวน์โหลดสายวัดขนาดถุงยางเป็นไฟล์รูป .JPEG ได้ที่นี่ ! >>> สายวัดขนาดถุงยางอนามัย <<< เมื่อได้ไฟล์แล้ว แนะนำให้เปิดด้วยโปรแกรม Adobe Reader เพื่อสั่งพิมพ์แบบความละเอียดสูง และตั้งค่า Page Scaling เป็น none (หรือ การพิมพ์แบบไร้ขอบ) เพื่อสเกลที่แม่นยำมากที่สุด
จากนั้นนำมาตัดตามรูป เพื่อใช้เป็นเครื่องมือวัดขนาดถุงยางได้เลย โดยใช้สายวัดพันรอบอวัยวะเพศที่แข็งตัวเต็มที่ ที่สายวัดจะบอกขนาดถุงยางที่เหมาะสมไว้ให้แล้ว ไม่ต้องเหนื่อยคำนวณเอง แล้วสามารถไปหาซื้อถุงยางตามขนาดที่วัดได้ ได้เลย
3. ใช้สมาร์ทโฟน
ใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะสมาร์ทโฟนเดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนทำได้หลากหลายมากขึ้น เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟนที่มีอินเตอร์เน็ตสักเครื่อง ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้แล้ว โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิดเว็บบราวเซอร์เข้าไปที่ mysize-measure.com แล้วเลือกภาษาอังกฤษตรงกลาง
- หมุนหน้าจอโทรศัพท์ของคุณให้เป็นแนวนอน
- เลื่อนหน้าจอขึ้นไปตรงโซนที่ใช้วัดขนาดถุงยาง วางอวัยวะเพศบริเวณกึ่งกลางความยาว ขณะแข็งตัวเต็มที่ลงบนมาตรวัดเพื่อเทียบขนาด จากนั้นนำค่าที่ได้ไปเลือกซื้อถุงยางอนามัยได้เลย
ถ้าคุณอยากเสริมความมั่นใจเรื่องขนาดอวัยวะชาย สามารถดูวิธี เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย ได้จากบริการของเรา
เคล็ดลับในการเลือกถุงยางจากผลการวัด
หลังจากที่เรารู้ขนาดด้วย วิธีวัดอวัยวะเพศชาย แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกถุงยางที่เหมาะสมกับขนาดของเรา เพราะถุงยางที่พอดีไม่ใช่แค่ใส่แล้วไม่อึดอัด แต่ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ และลดความเสี่ยงเวลาใช้งานอีกด้วย
-
วัดรอบวงก่อนเสมอ
หลายคนชอบโฟกัสที่ “ความยาว” อย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว “เส้นรอบวง” สำคัญกว่ามาก ถุงยางจะพอดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเส้นรอบวงเป็นหลัก -
เลือกไซซ์ให้ตรงกับมาตรฐาน
ถุงยางมีขนาดมาตรฐานบอกไว้ เช่น 49 มม., 52 มม., 56 มม. ฯลฯ ดูที่ความกว้าง (Nominal Width) แล้วเทียบกับผลจากการวัดของคุณ -
อย่าเลือกเล็กเกินไป
ถุงยางที่คับเกินไปอาจเสี่ยงขาดหรือหลุดขณะใช้งานได้ง่าย -
ไม่ใหญ่จนหลวม
ถุงยางที่หลวมเกินไปก็ไม่ปลอดภัย อาจทำให้เกิดการเลื่อนหรือรั่วซึมได้
สรุปคือ ใช้ผลจาก วิธีวัดอวัยวะเพศชาย ที่ถูกต้อง แล้วนำไปเทียบกับไซส์ถุงยาง แค่นี้ก็ได้ถุงยางที่เหมาะกับตัวเองที่สุดแล้วครับ 👍
ข้อควรระวังในการเก็บรักษาและใช้งานถุงยาง
-
เก็บในที่เย็นและแห้ง – หลีกเลี่ยงความร้อน แสงแดด และแสงฟลูออเรสเซนต์
-
อย่ากดทับ – ไม่ควรเก็บในกระเป๋ากางเกงด้านหลังหรือกระเป๋าสตางค์
-
เช็ควันหมดอายุ – ใช้ถุงยางที่ยังไม่หมดอายุเท่านั้น
-
ตรวจฉลากและเอกสาร – ดูเครื่องหมาย อย. และคำแนะนำบนกล่อง
-
เปิดใช้ครั้งเดียว – ถุงยางใช้แล้วไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ
-
ใช้ตามขนาดที่วัดได้ – เลือกไซซ์ตาม วิธีวัดอวัยวะเพศชาย เพื่อความปลอดภัยและสบาย
สรุป: วิธีวัดอวัยวะเพศชาย และเลือกถุงยางอย่างปลอดภัย
การรู้ขนาดของน้องชายตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นใจ แต่ยังช่วยให้เลือกถุงยางให้พอดีกับขนาดของน้องชาย ลดความเสี่ยงที่ขณะใช้มันจะรั่วหลุดได้ และยังช่วยป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย
-
วัดด้วยวิธีมาตรฐาน – ใช้ สายวัดทั่วไป, สายวัดมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข, หรือสมาร์ทโฟน ตามขั้นตอนในบทความ
-
เลือกไซซ์ถุงยางให้ตรงกับผลการวัด – ใช้ผลจากการวัด เส้นรอบวงอวัยวะเพศชาย เทียบกับขนาดมาตรฐาน
-
ข้อควรระวังการเก็บและใช้งาน – เก็บในที่เย็นแห้ง ไม่กดทับ ตรวจวันหมดอายุ และใช้ครั้งเดียว
-
เข้าใจร่างกายตัวเอง – นอกจากวัดขนาดแล้ว การสังเกตสุขภาพเพศชายช่วยให้ป้องกันปัญหาต่าง ๆ ได้
หากมีปัญหา แก้หลั่งเร็ว ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ อยากลองเทคนิคใหม่ ๆ เช่น ฝังมุกอวัยวะเพศ เพิ่มความแปลกใหม่และความรู้สึก ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
แค่รู้วิธีวัดและเลือกถุงยางที่เหมาะสม คุณก็มั่นใจเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพเพศชายได้เต็มที่






Pingback: Top วิธีการใส่ถุงยาง Update
ดี
เท่าไหร่
ของนายวัดได้เท่าไหร่55
ได้อย่างที่คิดไว้เลย