กินยาแก้หลั่งเร็วนานๆ อันตรายไหม

วิธีแก้หลั่งเร็ว

กินยาแก้หลั่งเร็ว สำหรัฐผู้ชายหลายคนคงเคยรับประทาน ยาแก้หลั่งเร็วอยู่ หรือ กินยาแก้หลั่งเร็วเป็นเวลานาน ลักษณะยา เป็นยาเม็ดขาว ฟินนานอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงในผู้ใช้ยาบางรายได้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของเม็ดขาว ฟินนาน

ได้แก่ คลื่นไส้ มึนงง ปวดศีรษะ ท้องเดิน นอนไม่หลับ ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยได้แก่ ความดันโลหิตต่ำเวลาที่ลุกขึ้นยืน ม่านตาขยายและเจ็บตา เป็นต้น

การรักษาโรคหลั่งเร็วนั้น ทุกคนมีสาเหตุของภาวะหลั่งเร็ว ไม่เหมือนกัน แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัยและวิเคราะห์หาสาเหตุของภาวะหลั่งเร็ว ในแต่ละบุคคล โดยอาจมีการให้คำแนะนำวิธีแก้หลั่งเร็วด้วยตนเอง

เช่น การใช้ถุงยางอนามัยที่หนาขึ้นเพื่อลดการกระตุ้นที่มากเกินไป การพักระหว่างช่วงเพื่อเบนความสนใจ และชะลอการหลั่งอสุจิให้ช้า ร่วมกับการใช้ยารักษาอาการหลั่งเร็ว

หลั่งเร็ว รักษา

ยาแก้หลั่งเร็ว พรีลิจี้ ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

ห้ามใช้พรีลิจี้ ในผู้ที่แพ้ยา หรือส่วนประกอบใด ๆ ในตำรับยานี้ อ่านเพิ่มเติม : Priligy Dapoxetine ยารักษาหลั่งเร็ว

ตัวยาสำคัญ: ดาโพซีทีนไฮโดรคลอไรด์

เม็ดยา : แลคโตสโมโนไฮเดรต, ไมโครคริสตัลลีนเซลลูโลส, แลคโตสโมโนไฮเดรต, , ครอสคาร์เมลโลสโซเดียม, คอลลอยด์ดอลแอนไฮดรัสซิลิกา, แมกนีเซียมสเตียเรต

ฟิล์มเคลือบเม็ดยา: แลคโตสโมโนไฮเดรต, , ไฮโปรเมลโลส, ไทเทเนียมไดออกไซด์ (E171), ไตรอะเซติน, เหล็กออกไซด์สีดำ (E172), เหล็กออกไซด์สีเหลือง (E172)

ห้ามใช้พรีลิจี้ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหัวใจ เช่น หัวใจล้มเหลว (NYHA class II-IV) การเหนี่ยวนำผิดปกติที่ยังไม่ได้รับการรักษาด้วย pacemaker อย่างถาวร โรคหัวใจขาดเลือดหรือโรคลิ้นหัวใจ เป็นต้น

ห้ามใช้พรีลิจี้สำหรับการรักษาร่วมกันกับยากลุ่ม monoamine oxidase inhibitors (MAOIs), thioridazine, serotonin reuptake inhibitors หรือยา/สมุนไพรอื่นๆที่มีฤทธิ์ของ serotonin เช่น ยาแก้ปวด tramadol เป็นต้น ภายในช่วงเวลา 14 วันหลังจากหยุดการรักษาด้วยยาดังกล่าว และไม่ควรใช้ยา MAOI และ thioridazine ภายในเวลา 7 วันหลังจากหยุดการรักษาด้วยพรีลิจี้

ห้ามใช้พรีลิจี้ร่วมกับยายับยั้ง CYP3A4 ที่มีฤทธิ์แรง เช่น ketoconazole, itraconazole, ritonavir, saquinavir, telithromycin, nefazadone, nelfinavir, atazanavir เป็นต้น

ห้ามใช้พรีลิจี้ในผู้ป่วยตับทำงานบกพร่องขั้นปานกลางและรุนแรง

เพื่อให้แน่ใจว่าพรีลิจี้  ปลอดภัยสำหรับคุณโปรดแจ้งผู้ให้บริการทางการแพทย์ของคุณว่าคุณมีอาการหรือความผิดปกติต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะใช้พรีลิจี้

👉 อ่านเพิ่มเติม: วิธีแก้หลั่งเร็วด้วยตัวเอง

เทคนิค Stop-Start

ปฏิกิริยาระหว่างยา

แจ้งผู้ให้บริการทางการแพทย์ของคุณทราบ ก่อนรับประทานพรีลิจี้ โดยที่คุณกำลังใช้ยาต่อไปนี้ เนื่องจากยาเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยากับพรีลิจี้ และคุณจะต้องหยุดยาเหล่านี้มาแล้ว 14 วันก่อนรับประทานพรีลิจี้

ยารักษาภาวะซึมเศร้าที่เรียกว่า ‘monoamine oxidase inhibitors’ (MAOIs) และยาอื่น ๆ สำหรับรักษาภาวะซึมเศร้า

  • ยา Thioridazine สำหรับรักษาโรคจิตเภท
  • ยาลิเธียม สำหรับรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว
  • ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อ เช่น Linezolid
  • ยาที่ช่วยให้คุณนอนหลับ เช่น ทริปโตเฟน
  • ยารักษาอาการปวดอย่างรุนแรง เช่น Tramadol
  • ยารักษาไมเกรน

แจ้งผู้ให้บริการทางการแพทย์ของคุณทราบ หากคุณมีแผนที่จะใช้ยาต่อไปนี้ เนื่องจากยาเหล่านี้สามารถทำปฏิกิริยากับพรีลิจี้ คุณควรหยุดใช้ Priligy มาแล้วอย่างน้อย 7 วันก่อนรับประทานยาเหล่านี้

  • ยาบางชนิดสำหรับการติดเชื้อรา ได้แก่ คีโตโคนาโซลและอิทราโคนาโซล
  • ยาบางชนิดสำหรับรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่ ritonavir, saquinavir, nelfinavir และ atazanavir
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิดสำหรับรักษาการติดเชื้อ เช่น เทลิโทรมัยซิน
  • ยากล่อมประสาท Nefazodone

ยาชะลอการหลั่ง

ผลข้างเคียงที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรง

อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงแต่พบได้น้อยได้แก่

  • เป็นลมหรือรู้สึกหวิวเมื่อยืนขึ้นเนื่องจากความดันตก
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง
  • เกิดอาการชักเกร็ง

ฝึกขมิบ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด

  • รู้สึกเวียนหัว ปวดหัว ไม่สบายตัว
  • รู้สึกหงุดหงิด วิตกกังวล กระสับกระส่าย
  • รู้สึกชา
  • อวัยวะเพศแข็งตัวได้ยากขึ้น
  • มีเหงื่อออกมากกว่าปกติหรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • ท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย
  • มีปัญหาในการนอนหลับหรือฝันแปลก ๆ
  • รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงนอน
  • คัดจมูก
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • มีเสียงดังในหู
  • ตาพร่ามัว
  • ปากแห้ง

👉 อ่านต่อ: PRP ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศชาย ไม่ต้องใช้ยา

สรุป กินยาแก้หลั่งเร็วนานๆ อันตรายไหม

การกินยายิ่งมาก ยิ่งเสี่ยงมาก ยาตัวนึงอาจรักษาอาการเฉพาะเจาะจงหนึ่ง แต่ก็มีผลข้างเคียงกับอวัยวะอื่นได้ การกินยามากๆ และติดต่อกันเป็นเวลานาน ย่อมมีผลให้เกิดการสะสมของพิษในร่างกาย

แทนที่จะกินเพื่อรักษากลับเป็นทำลาย ทำให้สมดุลร่างกายเสีย และเป็นพิษต่อตับไตโดยตรง ทั้งนี้โปรดดูข้อมูลผลข้างเคียงของยาเม็ดขาว และ ปรึกษาแทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานทุกครั้งนะครับ

สำหรับใครที่ต้องสอบถามการรักษาหลั่งเร็ว สามารถปรึกษาได้ทาง LINE OA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกหมอเบียร์ครับ คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาใกล้บ้านคุณ

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กินยาแก้หลั่งเร็วนาน ๆ อันตรายไหม

การใช้ยาแก้หลั่งเร็วติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมของยาในร่างกาย ส่งผลต่อตับและไต และอาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้ ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย เช่น คลื่นไส้ มึนงง ปวดหัว นอนไม่หลับ ท้องเสีย ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงที่พบได้น้อย เช่น ความดันตก เป็นลม หรือมีอาการชัก

ยาที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ เช่น Priligy  ซึ่งช่วยชะลอการหลั่งได้ แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำจากแพทย์และไม่ควรใช้ร่วมกับยาบางชนิด เช่น MAOI หรือยาในกลุ่ม SSRIs

ผู้ที่มีโรคหัวใจ หัวใจล้มเหลว ความดันต่ำ หรือโรคตับ รวมถึงผู้ที่ใช้ยากลุ่ม MAOI, ยารักษาโรคจิต หรือยาต้านไวรัสบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยา Priligy

ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรม เช่น ฝึกควบคุมการหลั่ง ใช้ถุงยางแบบหนา หรือเว้นจังหวะระหว่างกิจกรรมทางเพศ หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น Shockwave หรือ PRP

คลิกที่นี่ ปรึกษาปัญหาหลั่งเร็ว กับ หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *