ผลกระทบทางสุขภาพจากสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ และวิธีการรักษาที่ปลอดภัย

การฉีดสารแปลกปลอมเข้าหนังหุ้มอวัยวะเพศ(penileforeign bodygranuloma, paraffinoma) เป็นภาวะ ที่พบได้น้อยในรายงานต่างประเทศแต่พบได้บ่อยในประเทศไทยการรักษาด้วยการผ่าตัดมีความท้าทายเป็นอย่างมาก

เนื่องจากยังไม่มีเทคนิคการผ่าตัดที่เป็นมาตรฐานในการรักษา การผ่าตัดส่วนมากมีภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อเยื่อตายบางส่วน และแผลแยก ผลกระทบทางสุขภาพจากสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ และวิธีการรักษาที่ปลอดภัยอย่างไรไปดูกันครับ

ผลกระทบหลังฉีดสาร

Penile foreign body granuloma (penile paraffinoma) คืออะไร

การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณ อวัยวะเพศชายหลังฉีดสารแปลกปลอม สารที่นิยมฉีดใน ต่างประเทศ เป็นสารจำพวก พาราฟิน หรือ เคโรซีน (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นแยกออกจากน้ำมันดิบ)

แต่ในประเทศไทย สารที่ใช้ฉีดมักเป็นสารที่หาซื้อได้ง่าย เช่น น้ำมันมะกอก ยาคลอแรมเฟนิคอลชนิดขี้ผึ้ง (chloramphenicolointment)วาสลีน โดยสาเหตุการฉีดเกิดจากต้องการมีอวัยวะเพศขนาดใหญ่

เพื่อตอบสนองความสุขของคู่นอน อาการหลังฉีด ได้แก่ การ อักเสบ ผิวหนังมีแผลแตกออกเป็นๆ หายๆ อวัยวะเพศ ผิดรูป ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เป็นต้น

ผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม

การผ่าตัดแก้ไขการฉีดสารแปลกปลอมคืออะไร ?

การผ่าตัดแก้ไขสารแปลกปลอม คือ การผ่าตัดเพื่อนำสารแปลกปลอมต่าง ๆ ออกจากอวัยวะเพศชาย โดยส่วนใหญ่เกิดจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและปัญหาอื่น ๆ

ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต อาทิเช่น เกิดการติดเชื้อ การอักเสบ เกิดพังพืดเป็นก้อน อวัยวะเพศผิดรูปจนถึงการทำงานของอวัยวะที่ผิดปกติ ตัวอย่างของสารแปลกปลอมที่ยังไม่ได้มีการรับรองในด้านความปลอดภัยเพื่อใช้นำมาฉีดเติม แต่ง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น ซิลิโคนเหลว, ขี้ผึ้งยูนิซัน ,น้ำมันมะกอก

การผ่าตัดแก้สารแปลกปลอมต้องทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง โดยผู้ป่วยควรเข้ารับการปรึกษาที่โรงยาบาล เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม จากแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือที่สามารถช่วยคุณได้ โดยไม่ต้องแก้ซ้ำหลายรอบครับ

อาการแบบไหนควรพบแพทย์

สัญญาณเตือนที่ควรรีบมาผ่าตัดแก้ไขสารเหลว

ในช่วงแรกของการฉีดสารแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าไปอาจจะยังไม่เกิดปัญหา หรือเกิดปฏิกิริยาอะไรกับร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป แน่นอนครับว่า จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา แนะนำว่าควรสังเกตตัวเองเพื่อการรักษาได้ทัน โดยลักษณะอาการที่ควรรีบไปพบแพทย์มีดังนี้

  • เกิดพังพืด อวัยวะเพศผิดรูป สัมผัสได้ถึงก้อนแข็งที่อวัยวะเพศ หรือมีขนาดใหญ่เกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • เกิดอาการเจ็บ ปวด บวม คันมากหรืออักเสบ กรณีการอักเสบอาจไม่ได้เกิดหลังฉีดภายในสัปดาห์แรก บางเคสอาจฉีดไปหลายเดือน หลายปีแล้วจึงอักเสบ
  • หนังหุ้มปลายไม่สามารถรูดเปิดได้ ส่งผลให้สิ่งสกปรกเข้าไปหมักหมมจนมีกลิ่นตามมาหากปล่อยไว้อาจเสี่ยงต่อ
  • การเกิดมะเร็งองคชาต (Penile Cancer)
  • เกิดการติดเชื้อ การฉีดสารแปลกปลอมอาจเกิดจากการติดเชื้อหากฉีดกับสถานพยาบาลที่ไม่ได้มาตรฐาน ,ฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์  หรือติดเชื้อจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด
  • หากต้องการเพิ่มขนาดน้องชาย เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน การฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศโดยหวังเพียงผลลัพธ์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเกิดปัญหาเหล่านี้ คนไข้บางรายอาจจำเป็นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งได้ครับ ปัจจุบันมีหัตถการฉีดสารเพื่อเพิ่มขนาดน้องชายที่ปลอดภัยกว่าอย่างฟิลเลอร์ แต่ต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทาง และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีความน่าเชื่อถือด้วยครับ

อันตรายของการฉีดสารแปลกหลอม

อันตรายที่เกิดจากการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่อวัยวะเพศ

หากฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศแล้ว ผลเสียที่ตามมาในระยะยาวคือการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ นกเขาไม่ขัน การแข็งตัวได้ไม่สุด อวัยวะเพศผิดรูป  โดยเฉพาะถ้าสารที่ถูกฉีดเข้าไปไม่ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ หรือไม่ถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์  ส่งผลให้เกิดอันตรายเหล่านี้ได้

  1. การติดเชื้อ และอักเสบที่รุนแรง การนำสารเหลวที่ไม่มีคุณภาพหรือได้รับการรับรองว่าปลอดภัยต่อการนำมาฉีด หากนำมาฉีดเข้าสู่อวัยวะเพศอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ รวมถึงการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดจะทำการติดเชื้อนั้นรุนแรงจนอวัยวะอักเสบเกิดเป็นหนองได้
  2. อวัยวะเพศผิดรูป ระยะที่อวัยวะเพศผิดรูป น้องชายของคุณจะมีสัมผัสเป็นก้อนแข็งและเสียรูปทรงตามธรรมชาติ ไปจากเดิม ภาวะนี้อาจส่งผลทำให้เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจเกิดแผลเรื้อรังลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้
  3. ปัญหาทางสุขภาพทางเพศ  การฉีดสารแปลกปลอม สามารถทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพเพศได้ เช่น ปัญหาขาดสมดุลทางฮอร์โมน, การฟื้นตัวทางเพศ, อาจทำให้เกิดภาวะหลั่งเร็วด้วย
  4. การทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้  การนำสารที่อันตรายฉีดลงไปที่อวัยวะเพศที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์อาจทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้ในอนาคต

สำหรับใครที่ต้องการปรับแต่ง หรือทำการรักษาสรรถภาพทางเพศ ควรพูดคุยปรึกษากับแพทย์เพื่อคำแนะนำ และเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสุขภาพร่างกาย รวมถึงสุขภาพจิตใจของตนเองด้วยครับ

เทคนิคที่ใช้แก้ไขการฉีดสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ

  • เทคนิคที่ 1 ตัดผิวหนังบางส่วน
    เป็นการตัดผิวหนังออกบางส่วนรวมทั้งตัดสารแปลกปลอมที่อยู่ใต้ผิวหนังออกไปด้วย เหมาะสำหรับกรณีที่ฉีดสารแปลกปลอมไม่มาก โดยฉีดบริเวณปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะการผ่าตัดคล้ายกับการขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศ และเข้าไปคว้านส่วนที่เหลือใต้ผิวหนังบางส่วน

เทคนิคนี้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ฉีดน้อย ชั้นตื้น ๆ เท่านั้น ถ้าทำได้ก็อาจเป็นเทคนิคที่ดีที่สุด เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังไป จากเดิมมาก แต่เคสส่วนมากมักจะไม่ใช้เทคนิคนี้ เพราะฉีดมาในปริมาณที่มาก

  • เทคนิคที่ 2 ตัดผิวหนังออกทั้งหมด
    ศัลยแพทย์จะเริ่มตัดผิวหนังตั้งแต่โคนจนถึงปลายอวัยวะเพศออกทั้งหมด เพราะสารแปลกปลอมกระจายไปทั่วทุกพื้นผิว ดังนั้นการตัดเอาผิวหนังออกทั้งหมดจึงเป็นวิธีเดียวที่สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมออกได้โดยไม่เหลือตกค้าง โดยจะแบ่งออกเป็นสองวิธีย่อย ๆ ครับ

    • วิธีปลูกถ่ายผิวหนัง โดยการนำเอาผิวหนังบริเวณ หน้าท้อง, ต้นขา ,ขาหนีบ มาทำการปลูกถ่าย เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับผิวอวัยวะเพศ ข้อเสียคือยืดหยุ่นได้น้อย เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว
    • วิธีการใช้ผิวหนังจากลูกอัณฑะ โดยการใช้ผิวหนังบริเวณลูกอัณฑะมาปิด ข้อดีคือสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่า เมื่อวัยวะเพศแข็งตัว

สรุป ผลกระทบทางสุขภาพจากสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ และวิธีการรักษาที่ปลอดภัย

ดังนั้นหากคิดจะฉีดเพื่อแก้ไขส่วนใดก็ตามทางที่ดีที่สุดควรจะปรึกษาแพทย์  และต้องฉีดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงจะปลอดภัย ไม่ควรไปรับการฉีดจากบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ในสถานที่ที่ไม่ใช่คลินิกหรือโรงพยาบาล

เพราะอาจจะทำให้เกิดข้อภาวะแทรกซ้อนที่ไม่สามารถแก้ไขได้ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ สามารถปรึกษาก่อนตัดสินใจผ่านช่องทาง LINE OA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ เข้ามาติดต่อที่สาขา คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาใกล้บ้านคุณ 

 

Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพจากสารแปลกปลอมในอวัยวะเพศ

 

Q :การรักษาหลักคืออะไร จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
A :แนวทางหลักคือ ผ่าตัดเลาะ และขูดสาร กรณีสารกระจายทั่วมักต้องตัดผิวหนังทั้งหมดและปิดแผลด้วยการปลูกถ่ายผิวหนัง ใช้ผิวหนังถุงอัณฑะ การกินยาอย่างเดียวเป็นเพียงการประคับประคอง

 

Q : เลือกตัดบางส่วน หรือตัดทั้งหมด ดูจากอะไร?
A :ปริมาณ และระดับความลึกของสาร การกระจายตัว คุณภาพผิวหนัง และความเสี่ยงแผลติดเชื้อ ศัลยแพทย์จะประเมินจากการตรวจร่างกาย

 

Q :ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดที่พบบ่อยคืออะไร?
A :แผลแยก เนื้อตายเฉพาะส่วน ติดเชื้อ เลือดคั่ง ช้ำ และแผลเป็น ต้องติดตามตามนัดและดูแลแผลอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยง

 

Q :ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน?
A : โดยทั่วไป 2–6 สัปดาห์ (แตกต่างรายบุคคล) งดกดทับ/งดเพศสัมพันธ์ตามแพทย์กำหนด ใส่กางเกงในที่พยุงพอเหมาะ ดูแลแผลด้วยน้ำเกลือ และซับแห้ง

 

Q : มีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม?
A :หากเลาะสารออกได้ไม่หมด หรือยังมีสารตกค้างในชั้นลึก อาจเกิดปฏิกิริยาซ้ำ จำเป็นต้องติดตามใกล้ชิดและอาจต้องผ่าตัดซ้ำในบางราย

 

คลิกที่นี่ ปรึกษาเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ กับ หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

author avatar
นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ใบอนุญาตเลขที่ 29458

รับคำปรึกษาเบื้องต้น

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)

เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)

ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *