ฮอร์โมนเพศชายต่ำและ TRT: ตรวจอย่างไร เหมาะกับใคร และต้องติดตามอะไร

TRT หรือ Testosterone Replacement Therapy คือการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนแก่ผู้ที่มีอาการหรืออาการแสดงสอดคล้องกับภาวะพร่องฮอร์โมน และมีผลตรวจ testosterone ต่ำอย่างสม่ำเสมอหลังประเมินสาเหตุแล้ว

TRT ไม่ใช่ยาบำรุงสำหรับผู้ชายทุกคน ไม่ควรเริ่มจากความเหนื่อยหรือผลเลือดครั้งเดียว และมีผลต่อการสร้างอสุจิ เม็ดเลือด ความดัน รวมถึงการติดตามต่อมลูกหมากตามความเสี่ยง

ทบทวนโดยแพทย์เฉพาะทาง Urology
วินิจฉัยจากอาการร่วมกับผลเลือดซ้ำ
ประเมินแผนมีบุตรก่อนเริ่มรักษา

ใครบ้างจึงควรพิจารณา TRT?

ควรมีทั้งอาการที่สอดคล้องและผล testosterone ต่ำอย่างชัดเจนจากการตรวจช่วงเช้าอย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมประเมินสาเหตุ แผนมีบุตร CBC/hematocrit ความเสี่ยงต่อมลูกหมาก ความดัน การนอน และโรคร่วมก่อนเริ่ม

สถานการณ์ ความหมาย แนวทางที่เหมาะกว่า
มีอาการและผลต่ำซ้ำ อาจเข้าได้กับภาวะพร่องฮอร์โมน หาสาเหตุ ประเมินความปลอดภัย และพูดคุยประโยชน์กับความเสี่ยง
มีอาการแต่ผลปกติ อาการอาจมาจากการนอน โรคอ้วน ยา โรคเรื้อรัง หรือปัจจัยจิตใจ ค้นหาสาเหตุอื่น ไม่ควรเริ่ม TRT เพื่อทดลองเอง
ผลต่ำครั้งเดียว ไม่มีอาการ อาจเป็นความแปรผันชั่วคราวหรือปัจจัยรบกวน ตรวจซ้ำและประเมินบริบทก่อนสรุป
ยังต้องการมีบุตร TRT อาจกดการสร้างอสุจิ ปรึกษาแนวทางที่รักษาภาวะเจริญพันธุ์ก่อน

เกณฑ์ตัวเลขเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่คำวินิจฉัยเพียงอย่างเดียว

AUA ใช้ total testosterone ต่ำกว่า 300 ng/dL เป็นเกณฑ์ช่วยวินิจฉัย ขณะที่แนวทางยุโรปมักใช้ประมาณ 12 nmol/L แต่ทุกแนวทางย้ำว่าต้องมีอาการร่วม ผลต่ำอย่างสม่ำเสมอ และใช้ช่วงอ้างอิงของห้องปฏิบัติการประกอบ

ไม่ควรเริ่ม TRT ก่อนประเมินเรื่องเหล่านี้

  • ยังวางแผนมีบุตรในระยะใกล้หรือยังไม่แน่ใจเรื่องครอบครัว
  • ผล testosterone ต่ำเพียงครั้งเดียวหรือเจาะช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
  • มี hematocrit สูง ภาวะเม็ดเลือดข้น หรือยังไม่ทราบค่า CBC
  • มีความเสี่ยงต่อมลูกหมากผิดปกติ มีก้อน หรือ PSA ต้องประเมินเพิ่มเติม
  • มีโรคหัวใจไม่คงที่ ภาวะหัวใจล้มเหลวควบคุมไม่ดี หรือความดันยังสูง
  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงที่ยังไม่ได้รับการดูแล
  • ใช้ฮอร์โมนเพื่อเพิ่มกล้าม ลดไขมัน หรือเพิ่มสมรรถภาพโดยไม่มีภาวะพร่องฮอร์โมน

มีผล testosterone ต่ำ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่ม TRT หรือไม่?

ควรตรวจว่าผลต่ำจริงหรือไม่ แยกสาเหตุจากอัณฑะและต่อมใต้สมอง ประเมินแผนมีบุตร และตรวจความเสี่ยงก่อนเลือกชนิดยา

แอด LINE เพื่อคัดกรองเบื้องต้น

สารบัญ

Testosterone

ฮอร์โมนเพศชายและ TRT คืออะไร

Testosterone สร้างหลักจากอัณฑะภายใต้การควบคุมของสมองและต่อมใต้สมอง มีบทบาทต่อความต้องการทางเพศ การสร้างอสุจิ มวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก เม็ดเลือด การกระจายไขมัน และลักษณะเพศชาย

ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายหรือ hypogonadism หมายถึงร่างกายสร้าง testosterone ไม่เพียงพอร่วมกับมีอาการหรืออาการแสดง ส่วน TRT คือการให้ฮอร์โมนจากภายนอกเพื่อชดเชยเมื่อประโยชน์คาดว่าจะมากกว่าความเสี่ยง

TRT ไม่เหมือนการใช้ anabolic steroid เพื่อเพิ่มสมรรถนะ: เป้าหมายคือทำให้ระดับฮอร์โมนอยู่ในช่วงสรีรวิทยาที่เหมาะสมและบรรเทาอาการ ไม่ใช่ทำให้สูงเกินปกติ

อาการที่อาจสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศชายต่ำ

อาการทางเพศ

ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวตอนเช้าลดลง หรือการแข็งตัวเปลี่ยนไป

ร่างกายและกล้ามเนื้อ

มวลกล้ามเนื้อลด ไขมันเพิ่ม ความแข็งแรงลด หรือกระดูกบางในบางราย

พลังงานและอารมณ์

อ่อนเพลีย แรงจูงใจลด อารมณ์ตก หรือคุณภาพชีวิตลดลง แต่เป็นอาการที่ไม่จำเพาะ

ภาวะเจริญพันธุ์

จำนวนอสุจิลด อัณฑะมีขนาดเล็ก หรือมีปัญหามีบุตรยากในบางสาเหตุ

ลักษณะทางกาย

ขนลด เต้านมโต หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่ชี้ไปยังความผิดปกติของฮอร์โมน

เลือดและกระดูก

โลหิตจางที่หาสาเหตุไม่ได้หรือกระดูกพรุนอาจเป็นเหตุให้ประเมินฮอร์โมนในบริบทที่เหมาะสม

อาการคล้ายฮอร์โมนต่ำอาจเกิดจากสาเหตุอื่น

การนอน

นอนน้อย ทำงานเป็นกะ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้เหนื่อยและความต้องการลดลง

เมตาบอลิก

โรคอ้วน เบาหวาน และ metabolic syndrome อาจลดระดับ testosterone และทำให้มีอาการร่วม

ยาและสาร

Opioid, glucocorticoid, anabolic steroid เดิม และยาบางชนิดอาจกดแกนฮอร์โมน

โรคเรื้อรัง

โรคตับ ไต การอักเสบเรื้อรัง และความเจ็บป่วยเฉียบพลันอาจทำให้ผลตรวจต่ำชั่วคราว

สุขภาพจิต

ความเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล และ burnout ส่งผลต่อพลังงานและสมรรถภาพได้

ปัญหาทางเพศอื่น

ED จากหลอดเลือด ปัญหาความสัมพันธ์ และยาบางชนิดอาจเกิดโดย testosterone ปกติ

Testosterone Replacement Therapy

ใครควรตรวจ testosterone

  • มีความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวตอนเช้าลด หรืออาการทางเพศร่วมกับอาการอื่น
  • มีภาวะมีบุตรยาก อัณฑะผิดปกติ หรือประวัติบาดเจ็บและผ่าตัดอัณฑะ
  • มีโลหิตจาง กระดูกพรุน หรือมวลกล้ามเนื้อลดที่อธิบายไม่ได้
  • ใช้ opioid ระยะยาว glucocorticoid หรือมีโรคที่กระทบต่อมใต้สมองและอัณฑะ
  • เคยใช้ anabolic steroid และมีอาการหลังหยุด
ไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองผู้ชายทุกคนโดยไม่มีอาการหรือข้อบ่งชี้ เพราะผลต่ำเล็กน้อยอาจนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาเกินความจำเป็น

ขั้นตอนวินิจฉัยภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

ขั้นตอน สิ่งที่ประเมิน เหตุผล
1. ประเมินอาการ อาการทางเพศ พลังงาน กล้ามเนื้อ กระดูก ภาวะเจริญพันธุ์ และระยะเวลาที่เป็น ภาวะฮอร์โมนต่ำต้องมีอาการหรืออาการแสดงร่วม
2. ตรวจ total testosterone ตรวจช่วงเช้าในคนละวันอย่างน้อย 2 ครั้ง และหลีกเลี่ยงช่วงเจ็บป่วยเฉียบพลัน ระดับฮอร์โมนแปรผันตามเวลา สุขภาพ และการนอน
3. พิจารณา free testosterone ใช้เมื่อ total testosterone ก้ำกึ่งหรือสงสัย SHBG ผิดปกติ ช่วยตีความในผู้ที่ total testosterone อาจไม่สะท้อนฮอร์โมนอิสระ
4. หาสาเหตุ ตรวจ LH/FSH และตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ แยกความผิดปกติที่อัณฑะออกจากสมองหรือต่อมใต้สมอง
5. ประเมินความปลอดภัย CBC/hematocrit, ความดัน, ต่อมลูกหมากตามอายุและความเสี่ยง, การนอน และแผนมีบุตร ลดความเสี่ยงและเลือกชนิดยากับแผนติดตามที่เหมาะสม

ต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมหลังยืนยันว่าค่า testosterone ต่ำ

LH และ FSH

ช่วยแยก primary hypogonadism ที่อัณฑะออกจาก secondary hypogonadism ที่สมองหรือต่อมใต้สมอง

Prolactin

อาจตรวจเมื่อ testosterone ต่ำร่วมกับ LH ต่ำหรือปกติ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการที่สงสัยต่อมใต้สมอง

CBC / Hematocrit

ใช้เป็นค่าตั้งต้นก่อน TRT เพราะฮอร์โมนอาจกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง

PSA และความเสี่ยงต่อมลูกหมาก

พิจารณาตามอายุ อาการทางปัสสาวะ ประวัติครอบครัว และแนวทางคัดกรองที่เหมาะสม

เมตาบอลิกและโรคร่วม

อาจตรวจน้ำตาล ไขมัน ตับ ไต ไทรอยด์ หรือการนอนตามอาการและปัจจัยเสี่ยง

การตรวจต่อมใต้สมอง

พิจารณาเฉพาะเมื่อผลฮอร์โมนหรืออาการชี้ไปยังความผิดปกติ ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน

เทคฮอร์โมน

TRT กับแผนมีบุตร: ประเด็นที่ต้องคุยก่อนเริ่ม

Testosterone จากภายนอกกดการหลั่ง LH และ FSH ทำให้การสร้าง testosterone ภายในอัณฑะและการสร้างอสุจิลดลง อสุจิอาจน้อยมากหรือไม่พบระหว่างรักษา และการฟื้นตัวหลังหยุดใช้เวลาไม่เท่ากัน

  • ผู้ที่ต้องการมีบุตรในระยะใกล้ไม่ควรเริ่ม TRT โดยไม่ประเมินภาวะเจริญพันธุ์
  • อาจต้องตรวจน้ำเชื้อก่อนรักษาเมื่อแผนมีบุตรมีความสำคัญ
  • แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่นตามสาเหตุของฮอร์โมนต่ำและเป้าหมายการมีบุตร
  • ไม่ควรหยุด TRT หรือใช้ยากระตุ้นฮอร์โมนเองโดยไม่มีแผนติดตาม

เช็กลิสต์ก่อนเริ่ม TRT

ยืนยันการวินิจฉัย

  • มีอาการที่สอดคล้อง
  • ผล testosterone ต่ำซ้ำอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • ประเมินสาเหตุที่แก้ไขได้แล้ว

ตรวจความปลอดภัย

  • CBC/hematocrit และความดัน
  • ความเสี่ยงต่อมลูกหมากตามอายุ
  • การนอน โรคหัวใจ และโรคร่วม

กำหนดเป้าหมาย

  • ระบุอาการที่จะใช้วัดผล
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์ไม่เท่ากันทุกคน
  • ตกลงเกณฑ์ปรับหรือหยุดยา

วางแผนติดตาม

  • วันตรวจเลือดตามชนิดยา
  • วิธีติดตามผลข้างเคียง
  • ความพร้อมมาตามนัดระยะยาว

วิดีโอประกอบ: Testosterone / TRT

วิดีโอนี้ใช้ช่วยทำความเข้าใจภาพรวมเรื่องฮอร์โมนเพศชายและการประเมินก่อนรักษา ไม่ใช้แทนผลเลือด การตรวจร่างกาย หรือคำแนะนำเฉพาะราย

ระดับฮอร์โมน

รูปแบบการรักษา TRT มีอะไรบ้าง

รูปแบบที่เหมาะขึ้นกับสาเหตุ อาการ ความสะดวก ค่าใช้จ่าย ความแปรผันของระดับฮอร์โมน ความเสี่ยง และยาที่ขึ้นทะเบียนหรือมีให้ใช้ในประเทศ

แบบฉีด

มีทั้งออกฤทธิ์สั้นและยาวตามชนิดยา ต้องนัดฉีดหรือสอนวิธีใช้และตรวจเลือดให้สัมพันธ์กับช่วงยา

แบบเจลหรือทาผิว

ใช้เป็นประจำทุกวัน ระดับอาจค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ต้องป้องกันการถ่ายโอนไปยังเด็กและคู่นอน

แบบแผ่นแปะ

ให้ฮอร์โมนผ่านผิวหนัง แต่อาจระคายเคืองและความพร้อมของผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน

แบบรับประทาน

มีเฉพาะผลิตภัณฑ์บางชนิด ต้องติดตามตามฉลากยาและอาจมีประเด็นเรื่องความดันหรือปฏิกิริยากับยา

Implant / Pellet

มีใช้ในบางประเทศและบริบท ต้องทำหัตถการและปรับขนาดยาได้ไม่รวดเร็วเท่าวิธีอื่น

แก้ปัจจัยพื้นฐาน

การลดน้ำหนัก รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทบทวนยา และควบคุมโรคร่วมอาจช่วยระดับฮอร์โมนและอาการได้

ตารางเปรียบเทียบรูปแบบ TRT

รูปแบบ ข้อดี ข้อจำกัด จุดติดตาม
ฉีด มีหลายช่วงออกฤทธิ์และไม่ต้องใช้ทุกวัน ระดับอาจขึ้นลงตามช่วงยา ต้องฉีดและนัดติดตาม ช่วงเวลาตรวจ testosterone, hematocrit, อาการก่อนและหลังฉีด
เจล / ทา ปรับขนาดได้และให้ระดับค่อนข้างต่อเนื่อง ใช้ทุกวัน ดูดซึมต่างกัน และเสี่ยงถ่ายโอนผ่านผิวหนัง วิธีทา การล้างมือ การปกปิดผิว และระดับ testosterone
แผ่นแปะ ใช้งานเป็นระบบและไม่ต้องฉีด อาจระคายเคืองและอาจหาได้ยาก ผิวหนังและการดูดซึม
รับประทาน สะดวกสำหรับบางคน ข้อกำหนดการกินและผลข้างเคียงต่างตามผลิตภัณฑ์ testosterone, ความดัน และการตรวจตามฉลากยา
ฮอร์โมนเพศชายทดแทน

ประโยชน์และผลที่ควรคาดหวังอย่างสมจริง

  • ความต้องการทางเพศและอาการทางเพศบางส่วนอาจดีขึ้นเมื่อมีภาวะพร่องฮอร์โมนจริง
  • มวลกล้ามเนื้ออาจเพิ่มและมวลไขมันอาจลด แต่ผลต่อความแข็งแรง น้ำหนัก และรูปร่างแตกต่างกัน
  • อารมณ์และพลังงานอาจดีขึ้นเล็กน้อยในบางคน แต่ TRT ไม่ใช่ยารักษาภาวะซึมเศร้าหรือความเหนื่อยทุกสาเหตุ
  • TRT ไม่ได้รักษา ED ทุกกรณี และอาจต้องดูแลหลอดเลือด เบาหวาน ยา หรือปัจจัยจิตใจร่วม
  • หากระดับฮอร์โมนเข้าสู่เป้าหมายแต่อาการไม่ดีขึ้น ควรทบทวนการวินิจฉัยและประโยชน์ของการรักษา

ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และข้อควรระวังของ TRT

เม็ดเลือดข้น

Hematocrit อาจสูงขึ้นและเพิ่มความจำเป็นต้องปรับหรือหยุดยา โดยหลายแนวทางใช้ 54% เป็นจุดที่ต้องดำเนินการ

ความดันโลหิต

FDA เพิ่มคำเตือนระดับกลุ่มยาว่า testosterone อาจเพิ่มความดัน จึงควรตรวจและควบคุมความดัน

สิว ผิวมัน และผมร่วง

เกิดได้ตามความไวต่อ androgen และระดับฮอร์โมนของแต่ละคน

บวมและคั่งน้ำ

ควรระวังในผู้มีโรคหัวใจ ไต หรือตับ และผู้ที่มีอาการบวมผิดปกติ

ต่อมลูกหมากและปัสสาวะ

ต้องประเมินตามอายุ ความเสี่ยง PSA และอาการทางเดินปัสสาวะ ไม่ควรละเลยการติดตาม

การสร้างอสุจิลดลง

อัณฑะอาจเล็กลงและอสุจิลดมากจากการกดแกนฮอร์โมน โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่อง

ข้อมูลหัวใจและหลอดเลือดล่าสุด: FDA นำคำเตือนแบบกรอบเรื่องความเสี่ยงหัวใจรุนแรงออกในปี 2025 หลังผล TRAVERSE แต่ยังเพิ่มคำเตือนเรื่องความดันสูง จึงไม่ควรสรุปว่า TRT “ไม่มีความเสี่ยง” และต้องประเมินรายบุคคล

ระหว่าง TRT ต้องติดตามอะไร

สิ่งที่ติดตาม เหตุผล แนวทางโดยภาพรวม
อาการและเป้าหมาย ตรวจว่าการรักษาให้ประโยชน์จริงหรือไม่ ประเมินครั้งแรกหลังเริ่มหรือปรับยา และทบทวนต่อเนื่อง
ระดับ testosterone หลีกเลี่ยงระดับต่ำหรือสูงเกิน และปรับตามรูปแบบยา เวลาตรวจต้องสัมพันธ์กับชนิดและช่วงออกฤทธิ์ของยา
CBC / Hematocrit ค้นหาเม็ดเลือดข้น ตรวจตั้งต้น หลังเริ่ม และเป็นระยะตามความเสี่ยง
PSA / ต่อมลูกหมาก ติดตามตามอายุ ประวัติ และการตัดสินใจร่วมกัน ตรวจตั้งต้นและติดตามเมื่อเข้าเกณฑ์หรือมีอาการ
ความดัน น้ำหนัก และอาการบวม TRT อาจเพิ่มความดันหรือทำให้คั่งน้ำในบางคน ตรวจทุกครั้งที่เหมาะสมและควบคุมโรคร่วม
การนอนและการหายใจ อาการนอนกรนและง่วงมากอาจบ่งชี้ sleep apnea ที่ต้องดูแล ประเมินก่อนและระหว่างรักษาเมื่อมีความเสี่ยง
ไม่ควรปรับขนาดยาจากความรู้สึกอย่างเดียว เพราะอาการ ระดับยา และผลเลือดต้องตีความร่วมกันตามช่วงเวลาของยาแต่ละชนิด

อาการที่ควรติดต่อแพทย์เร็วระหว่าง TRT

  • เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อ่อนแรงครึ่งซีก หรืออาการฉุกเฉินทางหัวใจและสมอง
  • ปวดบวมขาข้างเดียว หอบเฉียบพลัน หรือสงสัยลิ่มเลือด
  • ปวดศีรษะมาก ความดันสูงผิดปกติ หรือบวมเพิ่มขึ้นรวดเร็ว
  • ปัสสาวะลำบากมาก มีเลือดปน หรือ PSA เปลี่ยนผิดปกติ
  • มีภาวะแพ้ยา ติดเชื้อบริเวณฉีด หรือผิวหนังอักเสบรุนแรงจากผลิตภัณฑ์ทา
  • แผนมีบุตรเปลี่ยนและต้องการประเมินการสร้างอสุจิ
trt
การติดตามผลเลือดและความปลอดภัยระหว่าง TRT

ขั้นตอนนัดหมายและประเมินฮอร์โมนเพศชาย

1) คัดกรองอาการและความเสี่ยง

แจ้งอาการ ระยะเวลา โรคร่วม ยา การนอน การออกกำลังกาย และแผนมีบุตร

2) ตรวจเลือดอย่างเป็นระบบ

ตรวจ total testosterone ช่วงเช้าและยืนยันซ้ำ พร้อมรายการอื่นตามข้อบ่งชี้

3) หาสาเหตุและเลือกแผน

แยก primary/secondary hypogonadism แก้ปัจจัยพื้นฐาน หรือเลือก TRT ตามความเหมาะสม

4) ติดตามผลและความปลอดภัย

ประเมินอาการ testosterone, hematocrit, ความดัน ต่อมลูกหมาก และผลข้างเคียงตามแผน

ตรวจสอบสาขาและคิวประเมิน Testosterone / TRT

สามารถติดต่อทั้ง 6 สาขาด้านล่างเพื่อสอบถามข้อมูลและนัดประเมิน โดยการเจาะเลือด รายการตรวจ รูปแบบยาที่มี และตารางแพทย์อาจแตกต่างกันตามสาขาและช่วงเวลา การแสดงรายชื่อครบทุกสาขาไม่ได้หมายความว่าทุกสาขาให้ TRT ทุกรูปแบบ กรุณายืนยันก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Testosterone และ TRT

TRT คืออะไร?

TRT หรือ Testosterone Replacement Therapy คือการให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนแก่ผู้ที่มีอาการหรืออาการแสดงสอดคล้องกับภาวะพร่องฮอร์โมน และมีผลตรวจ testosterone ต่ำอย่างสม่ำเสมอหลังประเมินสาเหตุและความปลอดภัยแล้ว

อ่อนเพลียหรือความต้องการทางเพศลดลง แปลว่าฮอร์โมนต่ำไหม?

ไม่เสมอไป อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการนอนน้อย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคอ้วน เบาหวาน ความเครียด ซึมเศร้า ยาบางชนิด ไทรอยด์ หรือโรคเรื้อรัง จึงต้องประเมินอาการร่วมกับผลเลือดและบริบทสุขภาพ

ต้องตรวจ testosterone กี่ครั้งก่อนเริ่ม TRT?

โดยทั่วไปควรตรวจ total testosterone ช่วงเช้าอย่างน้อย 2 ครั้งในคนละวันด้วยวิธีตรวจที่เชื่อถือได้ และแปลผลร่วมกับอาการ ไม่ควรเริ่มจากผลตรวจครั้งเดียว โดยเฉพาะหากค่าก้ำกึ่งหรือมีปัจจัยรบกวน

ค่า testosterone ต่ำกว่าเท่าไรจึงถือว่าต่ำ?

AUA ใช้ total testosterone ต่ำกว่า 300 ng/dL เป็นเกณฑ์ช่วยวินิจฉัย แต่ช่วงอ้างอิงของห้องปฏิบัติการและแนวทางอื่นอาจแตกต่างกัน การวินิจฉัยต้องมีอาการร่วมและผลต่ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวตัดสิน

ต้องตรวจ free testosterone ไหม?

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน Total testosterone เป็นการตรวจหลัก ส่วน free testosterone อาจช่วยเมื่อค่า total อยู่ก้ำกึ่ง หรือสงสัยว่า SHBG ผิดปกติ เช่น ภาวะอ้วน โรคตับ ไทรอยด์ หรืออายุที่มากขึ้น

คนที่ยังอยากมีลูกใช้ TRT ได้ไหม?

TRT จากภายนอกสามารถกด LH และ FSH ทำให้การสร้างอสุจิลดลงอย่างมากหรือหยุดชั่วคราว ผู้ที่ยังต้องการมีบุตรไม่ควรเริ่ม TRT โดยไม่ปรึกษาแพทย์ด้านฮอร์โมนและภาวะเจริญพันธุ์เพื่อพิจารณาทางเลือกอื่น

TRT ช่วยรักษา ED ได้ทุกคนไหม?

ไม่ใช่ TRT อาจช่วยความต้องการทางเพศและอาการทางเพศบางส่วนในผู้ที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนจริง แต่ ED มักเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด เบาหวาน ยา ระบบประสาท และปัจจัยจิตใจ จึงต้องประเมินแยก

TRT ช่วยเพิ่มกล้ามและลดไขมันได้ไหม?

ในผู้ที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนจริง TRT อาจเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดมวลไขมันบางส่วน แต่ผลต่อความแข็งแรง น้ำหนัก และรูปร่างแตกต่างกัน และไม่ทดแทนการออกกำลังกาย โภชนาการ การนอน และการควบคุมโรคร่วม

TRT มีแบบใดบ้าง?

รูปแบบที่ใช้ได้อาจมีแบบฉีด แบบเจลหรือทาผิว แบบแผ่นแปะ และแบบรับประทานบางชนิด ขึ้นกับยาที่ขึ้นทะเบียน ความพร้อมของสถานพยาบาล ความต้องการของผู้ป่วย ค่าใช้จ่าย และแผนติดตาม

TRT เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจหรือไม่?

ข้อมูลปัจจุบันไม่ได้แสดงว่าการให้ TRT ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเหมาะสมเพิ่มเหตุการณ์หัวใจและหลอดเลือดรุนแรงโดยรวมในช่วงการศึกษาหลัก แต่ FDA ยังให้คำเตือนเรื่องความดันโลหิตเพิ่มขึ้น จึงต้องประเมินความเสี่ยงหัวใจและติดตามความดัน

TRT ทำให้เม็ดเลือดข้นได้ไหม?

ได้ TRT อาจทำให้ hemoglobin และ hematocrit สูงขึ้น จึงต้องตรวจ CBC หรือ hematocrit ก่อนเริ่มและระหว่างรักษา หาก hematocrit สูงมาก แพทย์อาจต้องลดขนาดยา เปลี่ยนรูปแบบ พักยา หรือประเมินสาเหตุอื่น

TRT ทำให้เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากไหม?

หลักฐานปัจจุบันยังไม่ยืนยันว่า TRT เป็นสาเหตุให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ผู้ที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากที่ยัง active หรือมีความเสี่ยงผิดปกติต้องได้รับการประเมินเฉพาะทาง และควรติดตาม PSA ตามอายุและความเสี่ยง

เริ่ม TRT แล้วต้องใช้ตลอดชีวิตไหม?

ไม่จำเป็นต้องตอบเหมือนกันทุกคน ขึ้นกับสาเหตุของภาวะฮอร์โมนต่ำ การตอบสนอง ผลข้างเคียง และปัจจัยที่แก้ไขได้ หากอาการไม่ดีขึ้นแม้ระดับฮอร์โมนเหมาะสม แพทย์อาจพิจารณาหยุดหรือเปลี่ยนแผน

สาขาไหนสามารถติดต่อเพื่อนัดประเมินฮอร์โมนได้?

สามารถสอบถามคิวประเมินผ่านสาขาหาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ ศรีนครินทร์ รังสิต และเพลินจิต แต่การเจาะเลือด รายการตรวจ ยาที่มี และตารางแพทย์อาจแตกต่างกัน กรุณายืนยันก่อนเดินทาง

ผู้จัดทำและผู้ทบทวนข้อมูลทางการแพทย์

หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

ทบทวนโดย หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

เรียบเรียงโดย: ทีมเนื้อหา Eternity Clinic

ผู้ทบทวนทางการแพทย์: แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา (Urology) เลข ว.29458

ข้อมูลหน้านี้จัดทำเพื่ออธิบายภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ การวินิจฉัย TRT ภาวะเจริญพันธุ์ ความเสี่ยง และการติดตาม ไม่ใช้แทนการตรวจหรือคำแนะนำเฉพาะราย

ดูประวัติและข้อมูลแพทย์ผู้ทบทวน

อัปเดตและทบทวนล่าสุด:

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

American Urological Association: Testosterone Deficiency Guideline,
Endocrine Society: Testosterone Therapy for Hypogonadism,
EAU 2026: Male Hypogonadism,
FDA 2025: Testosterone Labeling Changes,
ข้อมูลแพทย์ หมอเบียร์ นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

ข้อมูลทั่วไปกับสิ่งที่ต้องประเมินรายบุคคล

ข้อมูลหน้านี้ช่วยอธิบายอาการ การตรวจ สาเหตุ รูปแบบ TRT ความเสี่ยง และการติดตามตามแนวทางวิชาชีพ แต่การวินิจฉัยและการเลือกยาต้องพิจารณาอายุ แผนมีบุตร โรคร่วม ยาที่ใช้ ความดัน hematocrit ต่อมลูกหมาก และช่วงเวลาที่ตรวจเลือด

ไม่ควรซื้อ testosterone ใช้เอง ใช้เพื่อเพิ่มกล้ามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ หรือปรับขนาดยาและช่วงฉีดจากความรู้สึกโดยไม่มีผลเลือดประกอบ

สงสัยฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือต้องการประเมินก่อนเริ่ม TRT?

เริ่มจากการประเมินอาการ ตรวจเลือดช่วงเช้าอย่างเป็นระบบ หาสาเหตุ และตรวจความปลอดภัยก่อนเลือกรูปแบบการรักษา

ปรึกษาเบื้องต้นผ่าน LINE

ข้อมูลสุขภาพได้รับการดูแลเป็นความลับ ผลลัพธ์และความเหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ไม่มีการรับประกันผลด้านสมรรถภาพ พลังงาน กล้ามเนื้อ หรือรูปร่าง