ขลิบ ขลิบแบบไหน ถึงจะเรียกว่าสวย Low vs High , Tight vs Loose

ขลิบ high low tight loose

หลังจากทราบถึงข้อดีอันมากมายของการขลิบแล้ว จากที่เราได้เสนอไปในหลายๆบทความ ทั้ง ขลิบไร้เลือด ขลิบหนังหุ้มปลาย โดยหลายๆคนก็ยังสงสัย

มีการโพสต์ถาม ขลิบ ใน pantip ขลิบคืออะไร ขลิบราคาเท่าไหร่ ขลิบที่ไหนดี และเมื่อขลิบแล้วกี่วันจะหาย เป็นคำถามเบื้องต้นที่ทางหมอเบียร์ นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและสุขภาพชาย ได้ตอบคำถามไปเยอะพอสมควร เพื่อน ๆ หลายคนก็เริ่มอยากจะไปขลิบกัน

แต่หลายคนก็คงยังสงสัย ว่าการขลิบมีกี่แบบ ซึ่งถ้าเราหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตจะพบศัพท์หลายคำ เช่น high ,low / loose, tight คงมีหลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร และต่างกันยังไง คุณหมอจะทำแบบไหน บางคนไปพบแพทย์ก็ไปบอกหมอว่าทำแบบ high นะ บางคนก็บอกเอาแบบ low สุดท้ายหมองง คนไข้งง งงกันไปหมด เราจะมาให้คำตอบเรื่องนี้กัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ศัพท์ต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการใช้ในทางอเมริกาเอง ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีอัตราการขลิบสูงมาก คือผู้ชายเกือบ 70 เปอร์เซนต์จะขลิบปลายอวัยวะเพศ ทำให้มีการแบ่งชนิดไว้หลายแบบ เลยเรียกเป็น term ขึ้นมา

แต่สำหรับเมืองไทยการขลิบยังนิยมทำกันอยู่ในคนเฉพาะกลุ่ม ทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่เห็นประโยชน์มากมายของการขลิบ หรือบางคนที่ไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเช่นไปเรียน และกลุ่มคนที่นับถือศาสนาอิสลาม

และปัจจุบันก็เริ่มมีคนที่ขลิบจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่ได้แพร่หลาย แม้แต่หมอในเมืองไทยเองก็ยังมีเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายนึงที่เห็นว่าตัวเองก็ไม่ได้ขลิบก็อยู่ได้ก็จะไม่ค่อยแนะนำให้คนไข้ขลิบ กับคุณหมออีกกลุ่มนึงที่เห็นข้อดีมากมายจาการขลิบเช่นพวกหมอที่ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศทางแถบอเมริกา

ซึ่งคุณหมอกลุ่มแรกก็ยังมีจำนวนเยอะกว่า ทำให้การขลิบไม่ได้แพร่หลายเท่าที่ควร เป็นสาเหตุที่ทำให้การขลิบเป็นที่รู้จักเพียงว่าคือการตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออกไปเท่านั้น ไม่ได้มีการแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ เหมือนเมืองนอก จึงเป็นที่มาของอาการหมองง เมื่อคนไข้มาบอกว่าทำแบบ high หรือ low

เพื่อความเข้าใจง่าย ๆ ก็จะขออธิบายย่อ ๆ ว่า ทางหลักกายวิภาค หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของคนเราจะแบ่งเป็น 2 ชั้น เรียก inners kin กับ outer skin ซึ่งการแบ่งชนิดของทางอเมริกาว่า high low tight loose คือจะแบ่งตามสัดส่วนของหนังที่เอาออกไปนั่นเอง

ว่าเอาอันไหนเยอะ อันไหนน้อย ซึ่งผลของแต่ละแบบจะทำให้รูปลักษณ์ของอวัยวะเพศแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัว แต่หัวใจของการขลิบจริง ๆ ก็คือการเอาหนังหุ้มปลายออกเพื่อให้การดูแลสุขอนามัย ของอวัยวะเพศทำได้ดีขึ้นนั่นเอง ส่วนเรื่องความสวยงามก็เลือกได้ตามใจชอบ

เทคนิคการตัดอาจแยกอย่างคร่าวๆได้ดังนี้
• การขลิบเล็กน้อย (Minimal) มีจุดมุ่งหมายเพื่อคงลักษณะทางกายภาพ และกลไกการร่วมเพศแบบเดิมได้และจะตัดเฉพาะหนังที่เกินจากปลายอวัยวะเพศ ทำให้คนที่มีหนังหุ้มปลายยาวมาก หรือปลายสุดแคบทำให้รูดเปิดอวัยวะเพศได้ยาก การผ่าตัดช่วยให้สามารถเปิดหัวอวัยวะเพศทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

• การขลิบบางส่วน (Partial) ตัดปลายออกบางส่วน จะเหลือผิวหนังปิดหัวอวัยวะเพศได้บางส่วนเวลาอ่อนตัว แต่เวลาแข็งตัวจะไม่ปิดปลายท่อปัสสาวะ สามารถเปิดออกได้ทั้งหมด

• การขลิบที่ไม่ตึงมาก (Loose) หลังการผ่าตัดส่วนหัวของอวัยวะเพศจะเปิดออกหมด เวลาที่อ่อนตัวจะมีผิวหนังย่นๆอยู่บริเวณติดขอบของอวัยวะเพศ ยกเว้นเวลาที่อวัยวะเพศอ่อนตัวมากกว่าปกติ เช่นอากาศเย็นมาก ๆ อาจจะมีผิวหนังคลุมขอบของอวัยวะเพศได้

ขณะที่แข็งตัวผิวหนังก็ยังไม่ตึงมากและสามารถขยับผิวหนังได้อีกบ้าง ข้อดีคือเวลาใส่กางเกงในว่ายน้ำหรือกางเกงใน ผิวหนังที่มาปิดอยู่ที่ขอบของอวัยวะเพศ จะช่วยให้ไม่เห็นรูปร่างของอวัยวะเพศชัดมากเกินไป

• แบบตึง (Tight) แบบนี้จะตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะมากทำให้ไม่มีผิวหนังห้อยๆ บริเวณขอบของอวัยวะเพศในระยะอ่อนตัวเวลาใส่กางเกงใน หรือกางเกงว่ายน้ำก็จะเห็นรูปร่างหัวอวัยวะเพศชัดเจน เวลาที่แข็งตัวจะไม่สามารถขยับผิวหนังขึ้นลงได้

จริง ๆ แล้วในเมืองไทย ปัญหาเรื่องนี้เราพบได้น้อยมาก สาเหตุก็เพราะเนื่องจากส่วนใหญ่จะแล้วแต่คุณหมอที่ทำให้ ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของคุณหมอในแต่ละคน แต่สำหรับในต่างประเทศนั้น การขลิบเคาทำกันเป็นกิจวัตร ก็เลยมีการปรับเปลี่ยนประยุกต์ หรือมีออปชั่นเสริมต่าง ๆ เข้ามาอย่างที่หลายท่านเคยได้ยิน ว่ามี high low loose tight อะไรนั่นแหละ

ิขลิบ high low tight loose

หมอเบียร์ นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน จะมาบอกการขลิบแบบต่าง ๆ ให้ทุกคนเห็นภาพและเข้าใจ

High loose รอยการขลิบอยู่ใต้จากบริเวณส่วนคอหยัก
+ รอยต่างของสีจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก inner foreskin ได้ถูกเอาออกไปเกือบหมด
+เวลาอ่อนตัว จะมีหนังย่น ๆ เหลือเพียงเล็กน้อย
– เส้นประสาทบริเวณหนังด้านในจะถูกเอาออกไป
– มีโอกาสจะต้องขลิบซ้ำได้มากถ้าหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ

High tight ระยะห่างระหว่างรอยขลิบกับคอหยักประมาณ 10 mm
+ ปลายประสาทส่วนใหญ่ยังอยู่ด้านในของผิวหนังและสามารถถูกกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
+ เวลาอ่อนตัวจะเหลือหนังมากองเพียงเล็กน้อยบริเวณคอหยัก
– จะเห็นความต่างของสีผิวค่อนข้างมากระหว่าง inner และ outer foreskin ซึ่งบางคนบอกชอบแต่บางคนอาจไม่ชอบได้

Low loose มีรอยขลิบอยู่ใต้คอหยัก อาจมีส่วนของหนังบริเวณลำมาคลุมส่วนหัวได้
+ รอยต่างของสีจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจาก inner foreskin ได้ถูกเอาออกไปเกือบหมด
– เส้นประสาทบริเวณหนังด้านในจะถูกเอาออกไป
– มีโอกาสจะต้องขลิบซ้ำได้มากถ้าหากผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ
– เวลาอ่อนตัว เนื่องจากหนังที่ยังเหลืออยู่มาก ก็ทำให้มีหนังมากองอยู่บริเวณใต้คอหยัก ซึ่งทำให้ดูเหมือนคนมีหนังหุ้มปลายอยู่
– ทำให้ดูแลความสะอาดทำได้ไม่สะดวกพอ เพราะจะเหมือนกับคนที่ยังไม่ได้ขลิบ

Low tight มีระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 10 mm ระหว่างรอยขลิบและส่วนหัวแต่ยังมีบางส่วนสามารถมากองบริเวณใต้คอหยักได้
+ ปลายประสาทส่วนใหญ่ยังอยู่ด้านในของผิวหนังและสามารถถูกกระตุ้นได้อย่างเต็มที่
– เวลาอ่อนตัว เนื่องจากหนังที่ยังเหลืออยู่มาก ก็ทำให้มีหนังมากองอยู่บริเวณใต้คอหยัก ซึ่งทำให้ดูเหมือนคนมีหนังหุ้มปลายอยู่แต่รูดขึ้นไป
– ทำให้ดูแลความสะอาดทำได้ไม่สะดวกพอ เพราะจะเหมือนกับคนที่ยังไม่ได้ขลิบ
– จะเห็นความต่างของสีผิวค่อนข้างมากระหว่าง inner และ outer foreskin ซึ่งบางคนบอกชอบแต่บางคนอาจไม่ชอบได้

จากที่อธิบายทั้งหมด จะเห็นว่ามีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อยในแต่ละแบบ แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมนะครับ ว่าข้อดีของการขลิบคือประโยชน์ในเรื่องการดูแลสุขอนามัยของอวัยวะส่วนสำคัญครับ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนี่ขึ้นอยู่กับการปรึกษากับคุณหมอที่เป็นคนทำให้ครับ

รับคำปรึกษาเบื้องต้น กับ “หมอเบียร์” ฟรี

สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthaiสืบพงษ์ เอ่งฉ้วน

นพ.สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน “หมอเบียร์”
ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย (Urologist)
ศัลยกรรมทั่วไป (General surgeon)

บทความล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *