ฝังมุก เป็นการนำวัสดุลักษณะกลมๆ เข้าไปตรงใต้หนังของน้องชาย ทำมาจาก พลาสติก แก้ว โลหะ หินมุกแท้ ส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบันนั้นจะนิยมการฝังมุกโดยใช้ลูกแก้วขนาดเล็กขนาดเท่ากับเม็ดถั่ว
👉 อ่านเพิ่มเติม: ฝังมุกที่หมอเบียร์ดีกว่ายังไง
เพราะแก้วจะมีอายุการใช้งานมากกว่าพวก พลาสติก โลหะ ซิลิโคน ซึ่งวัสดุจำพวกนี้นั้นประสิทธิภาพในการใช้งานจะเสื่อมเร็วมาก การฝังมุกนั้นมีอิทธิพลมาจากผู้ชายในเรือนจำ
ที่มีเวลาว่างมากจึงหาเรื่องพิเรนโดยการใช้ขวดเศษแก้ว มาทุบจนแตก แล้วฝนและฝังเข้าไปที่อวัยวะเพศของตัวเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝังมุกก็คือ การฝังมุกนั้นต้องทำโดยคุณหมอที่ชำนาญหรือเฉพาะทางและถูกวิธี
👉 อ่านก่อนตัดสินใจ: ความเสี่ยงจากการฝังมุก
มุกนั้นต้องไม่มีเชื้อโรคปนอยู่ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้และเน่าได้ แต่ขนาดเม็ดมุกที่จะเลือกใช้นั้น ก็มีขนาดประมาณ 0.5–1 เซนติเมตร แต่ขนาดนั้นเราก็ควรพิจารณาตามความสมเหตุสมผลด้วยไม่มากจนเกินไป
ฝังมุกเพิ่งมีในปัจจุบันหรือมีมานานแล้ว
ประเทศไทยในสมัยอยุธยานั้นมีบันทึก เกี่ยวกับการฝังมุกว่ามีมานานแล้ว 500 กว่าปีในสมัยอยุธยาจากหนังสือเรื่องเซ็กของผู้คนในอดีต ที่เขียนขึ้นมาโดย คุณ สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้กล่าวว่า
“การฝังมุกที่อวัยวะเพศนั้นมีต้นกำเนิดจากฝ่ายหญิงในอดีต ซึ่งฝ่ายหญิงในอดีตนั้นได้สั่งฝ่ายชายว่าให้ฝ่ายชายไปทำการฝังมุกหรือเรียกอีกอย่างว่าแต่งอวัยเพศสำหรับกับผู้ที่ยศถาบรรดาศักดิ์สูงหรือขุนนาง
ซึ่งความจริงแล้วเป็นความคิดแบบผิดๆ เพราะผู้คนทั่วไปหรือสามัยชนในอดีตจะใช้ลูกปัดฝังไปในอวัยวะเพศแต่กับผู้ที่มียศสูงๆจะใช้ทองคำที่ทำเป็นเม็ดกลมๆ แล้วจึงทำการใส่ทรายไปเพื่อที่จะทำให้ขณะเดินเกิดเสียงดังกริ๊งๆขึ้นเพื่อบอกกับผู้อื่นว่าตัวเรานั้นมียศสูง”
ฝังมุกแล้วผู้หญิงติดใจจริงไหม
ความจริงแล้วนั้นเป็นแค่ความคิดของฝ่ายชายเพียงคนเดียว ที่คิดว่าฝังมุกแล้วจะช่วยกระตุ้นให้อีกฝ่ายมีความสุข และมีความประทับใจขณะทำกิจกรรมทางเพศมากขึ้น
👉 หากไม่มั่นใจเรื่องขนาด ลองอ่าน: วิธีเพิ่มความยาวอวัยวะเพศอย่างปลอดภัย
แต่ส่วนใหญ่ของผู้ที่ฝังมุกมักจะเป็นผู้ที่ไม่มั่นใจในขนาดอวัยวะเพศของตัวเอง และจะกังวลว่าฝ่ายหญิงไม่ประทับใจในกิจกรรมทางเพศ ฝ่ายชายจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความประทับใจมากที่สุด
ซึ่งทุกวันนี้เทคโนโลยีและโลกออนไลน์ มีการขายและพัฒนาอุปกรณ์ฝังมุกให้ดีมากขึ้น รวมถึงสอนฝังมุกและรับฝังมุกอย่างหลากหลาย โดยส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงมักจะมีความสุขทางเพศกับฝ่ายชายที่มีอวัยวะเพศแบบปกติโดยที่ไม่ฝังมุก
ซึ่งทั่วไปธรรมชาติของฝ่ายหญิงไม่ได้มีจุดกระตุ้นให้เกิดจุดเสียวได้เพียงจุดเดียว แต่ยังมีส่วนอื่นอีกที่สามารถสร้างความประทับใจในการมีเซ็กส์ได้หลายจุด และฝ่ายหญิงทุกคนต้องการกระตุ้นแบบที่นิ่มนวลมากกว่าแบบใช้กำลังหรือซาดิส ยกเว้นในกลุ่มคนที่มีความต้องการทางเพศสูงมากๆหรือส่วนตัวชอบความรุนแรง
ก่อนทำการฝังมุก
- ดูแลความสะอาดของร่างกายก่อนทำหัตถการ
- เตรียมจิตใจให้แจ่มใส ไม่กังวล
ปฏิบัติตนอย่างไรก่อนและหลังฝังมุก
ก่อนฝังมุกนั้นเราต้องดูแลความสะอาดของร่างกายก่อนที่จะฝั่งมุกเพราะอาจจะเกิดเชื้อโรคสะสมอยู่ได้หากร่างกายเราไม่สะอาดและไม่ต้องกังวลว่าจะเจ็บหรือไม่เจ็บทำใจให้สบายๆ หลังทำนั้นก็ห้ามให้แผลโดนน้ำอย่างต่ำ 2-3 วัน แล้วรอให้แผลหายก่อนประมาณ 1 สัปดาห์ หยุดมีเซ็กส์ 14 วัน
👉 หากยังไม่ได้ขลิบ ควรอ่าน: ขลิบแบบไหนดีที่หมอเบียร์แนะนำ?
ขั้นตอนการทำการฝังมุก
- ฉีดยาชาเฉพาะที่ ระยะเวลาในการทำหัตถการ 15 – 20 นาที
- หลังทำสามารถทำงานได้ตามปกติหลังทำ
- ดูแลอย่าให้แผลโดนน้ำ 3 วัน
- รอแผลหาย 5 – 7 วัน
- หยุดการมีเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์ (เริ่มมีเพศสัมพันธุ์ได้ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด)
- มาพบแพทย์ตามนัด
สรุป คำแนะนำก่อนการฝังมุก
ก่อนการฝังมุก สิ่งแรกที่หมอเบียร์อยากแนะนำให้คนไข้ทำเลยก็คือ การขลิบหนังหุ้มปลาย เนื่องจากการที่จะฝังมุกให้ได้ประสิทธิภาพ หรือให้ช่วยเรื่องกระตุ้นจุดเสียวได้จริงนั้น ต้องมีการวางตำแหน่งมุกให้เหมาะสม
ซึ่งการมีหนังหุ้มปลายเยอะ โอกาสที่ตำแหน่งของมุกจะเคลื่อนหลังการฝังได้ จากการที่หนังหุ้มปลายรูดขึ้นรูดลง แล้วยังทำให้โอกาสที่จะติดเชื้อจากการฝังมุกสูงเกิน 50% อีกด้วย
หมอเบียร์จึงแนะนำคนไข้เสมอว่าให้ขลิบก่อน เพราะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อให้เหลือเพียงไม่ถึง 5% เท่านั้น นอกจากนี้วัสดุในการฝังมุกและขนาดก็สำคัญไม่แพ้กัน
โดยวัสดุที่ดีแนะนำให้เป็นวัสดุที่ทำมาจากซิลิโคนเพราะมีความยืดหยุ่นสูง และขนาดของเม็ดมุกควรสัมพันธ์กันกับขนาดของอวัยวะเพศของคุณผู้ชายแต่ละคนด้วยเช่นกัน สนใจสอบถามหมอเบียร์เพิ่มเติมได้ที่ Line OA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ เข้ามาติดต่อที่สาขาใกล้บ้านท่าน คลิกที่นี่เพื่อดูสาขา
Q&A : คำแนะนำก่อนฝังมุก
ควรดูแลความสะอาดร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมใจให้สบาย ไม่กังวลเกินไป เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสติดเชื้อ
เพราะหนังหุ้มปลายมากอาจทำให้ตำแหน่งมุกเคลื่อนหลังฝัง และเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้สูงถึง 50% การขลิบก่อนช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อเหลือไม่ถึง 5%
แนะนำวัสดุสำหรับฝังมุก คือ ซิลิโคน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ไม่เป็นสนิม และปลอดภัยกว่าวัสดุจำพวกโลหะหรือแก้วที่อาจแตกหรือเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไป
ห้ามให้แผลโดนน้ำ 3 วัน รอให้แผลหายประมาณ 5–7 วัน และงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจแผล
ส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่ได้รู้สึกพิเศษหรือ “ติดใจ” จากการฝังมุกอย่างที่ผู้ชายคิด บางคนกลับรู้สึกเจ็บหรือระคายเคือง ดังนั้นไม่ควรฝังมุกเพียงเพราะอยากให้คู่นอนพึงพอใจ






รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
การใช้การฝังอุปกรณ์ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ (Penile implants)
ภาวะเสื่อมสมรรถ
เทคนิคการควบคุมการหลั่งเร็ว: การฝึกฝนและการใช้เทคนิคพิเศษ
หนึ่งในปัญหาทาง
การใช้ยาเพื่อเพิ่มความยาวอวัยวะเพศ: ประสิทธิภาพและความปลอดภัย
หยุดที่จะมองข้า
ผลข้างเคียงจากการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ด้วยการใช้ยาและการผ่าตัด
การมีขนาดอวัยวะ
ขลิบไร้เลือด ต่างจากขลิบปกติอย่างไร
น้องชายมีกลิ่นเ
ขลิบมีกี่แบบ ขลิบแบบไหนดีที่หมอเบียร์แนะนำ
หลายคนยังไม่ทรา
ขลิบดีไหม ข้อดีของการขลิบที่คุณอาจยังไม่รู้
หลายคนอาจสงสัยว
ขลิบคืออะไร ทำไมถึงต้องขลิบหนังหุ้มปลาย
ขลิบคืออะไร ทำไ