การรักษาหลั่งเร็ว สามารถทำได้อย่างไร อย่างแรกต้องมารู้จักกับ หลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) คือ ภาวะที่มีการหลั่งน้ำอสุจิเมื่อมีกิจกรรมทางเพศเร็วเกินไป ไม่สามารถควบคุมหรือชะลอการหลั่งได้ หลั่งภายในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังการสอดใส่ เป็นหนึ่งในปัญหาเพศสัมพันธ์ที่พบในเพศชายซึ่งสร้างความหงุดหงิด วิตกกังวล
จนเกิดเป็นความทุกข์ที่อาจนำไปสู่ปัญหาความสัมพันธ์ทางเพศ หรือขาดความมั่นใจจนทำให้ลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางเพศ
อาการหลั่งเร็วสามารถรักษาให้หายได้ไหม? หากทราบสาเหตุและได้รักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งสาเหตุของการหลั่งเร็วอาจมาจากปัจจัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ
การรักษาในเบื้องต้นอาจทำได้ด้วยการดูแลตนเอง แต่หากเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจนส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่ ผู้ป่วยอาจปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

อาการของการหลั่งเร็ว
การหลั่งเร็วในเพศชายมี 2 ลักษณะ คือ ภาวะหลั่งเร็วตั้งแต่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกและหลั่งเร็วทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ กับภาวะหลั่งเร็วในภายหลัง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่เคยหลั่งปกติมาก่อน
โดยอาการหลักของการหลั่งเร็ว ได้แก่ หลังการสอดใส่อวัยวะเพศ ไม่สามารถควบคุมหรือไม่สามารถชะลอการหลั่งได้เกินกว่า 1 นาที หลั่งก่อนที่จะสอดใส่อวัยวะเพศเข้าในช่องคลอด
สาเหตุของการหลั่งเร็ว
การหลั่งเร็วอาจเกิดจากบางสาเหตุ หรืออาจมาจากหลายสาเหตุ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยปัจจัยที่อาจส่งผลให้เกิดการหลั่งเร็ว คือ
- ทางร่างกาย อาจเกิดจากความผิดปกติของระดับฮอร์โมน ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง (สารสื่อประสาท) ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การอักเสบและติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะหรือบริเวณต่อมลูกหมาก การถ่ายทอดทางพันธุกรรม อยู่ในภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และการใช้ยาหรือสารเสพติด
- ทางจิตใจ อาจมีปัจจัยที่กระทบต่อจิตใจจนส่งผลต่อการหลั่งเร็ว เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า มีปัญหาความสัมพันธ์ มีประสบการณ์ทางเพศเร็วหรือก่อนวัย มีเพศสัมพันธ์จากการทารุณกรรมทางเพศ เป็นต้น
การวินิจฉัยการหลั่งเร็ว
หากการหลั่งเร็วไม่ได้กระทบต่อความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาและความไม่สบายใจ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปพบแพทย์ แต่หากการหลั่งเร็วเริ่มสร้างปัญหา และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ควรไปปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์ เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะซักถามเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ กิจกรรมทางเพศ ปัญหาความสัมพันธ์ และประวัติการรักษาทางการแพทย์ พร้อมกับตรวจสุขภาพร่างกายในปัจจุบัน
หากพบปัญหาการหลั่งเร็วที่มาพร้อมกับปัญหาอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเลือดหาความผิดปกติของระดับฮอร์โมนเพศชาย ตรวจหาความผิดปกติของท่อปัสสาวะ หรือแนะนำให้พบจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อหาแนวทางในการรักษาและแก้ไขต่อไป
การรักษาการหลั่งเร็ว
อาการหลั่งเร็วสามารถรักษาให้หายได้หากได้รักษาอย่างถูกต้องที่สาเหตุ และผู้ป่วยจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจได้ โดยแนวทางในการรักษาอาการหลั่งเร็วมีดังต่อไปนี้
- การดูแลรักษาอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง
ในเบื้องต้น ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาอาการได้ด้วยตนเองเมื่อมีกิจกรรมทางเพศด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก่อนการมีเพศสัมพันธ์ 1–2 ชั่วโมง การเลือกใช้ถุงยางอนามัยที่มีความหนาไม่ให้อวัยวะเพศไวต่อความรู้สึกจากผิวสัมผัส 👉 อ่านต่อ : วิธีแก้หลั่งเร็วด้วยตนเอง
นอกจากนั้น ขณะมีเพศสัมพันธ์ควรหยุดพักและนึกถึงเรื่องอื่นที่ไม่ทำให้เกิดอารมณ์ หยุดการทำกิจกรรมทางเพศ หรือหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพยายามชะลอการหลั่งในขณะที่ใกล้หลั่ง แล้วค่อยเริ่มทำกิจกรรมต่ออีกครั้งหนึ่ง - อีกวิธีคือการใช้เทคนิคบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นบริเวณที่ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมการหลั่งอสุจิได้ วิธีการบริหารเริ่มจากการหากล้ามเนื้อที่ต้องการบริหารให้เจอ โดยการหยุดปัสสาวะกลางคันแล้วเกร็งกล้ามเนื้อ เมื่อพบกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการแล้ว หลังจากนั้นให้หดเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้น 3 วินาที แล้วคลายตัวอีก 3 วินาที ทำเช่นนี้ 10 ครั้ง ต่อ 1 รอบ ระหว่างนี้ให้หายใจเข้าออกตามปกติ บริหารกล้ามเนื้อเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน วันละ 3 รอบ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและลดปัญหาการหลั่งเร็วหรือควบคุมการหลั่งไม่ได้
การให้ยารักษาหลั่งเร็วมีอะไรบ้าง
หากผู้ป่วยมีอาการป่วยเดิมที่เกี่ยวข้องเป็นเหตุทำให้เกิดการหลั่งเร็ว แพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาตามอาการและความเหมาะสม ได้แก่
- ยาต้านเศร้า (Antidepressant)
นอกจากจะใช้รักษาผู้ที่มีอาการและอยู่ในภาวะซึมเศร้า ผลข้างเคียงของกลไกการออกฤทธิ์ของยาต้านเศร้า คือ ชะลอการถึงจุดสุดยอดของการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเท่ากับชะลอการหลั่งอสุจิในเพศชายด้วย ตัวยาที่ใช้ เช่น พาร็อกซีทีน (Paroxetine) เซอร์ทราลีน (Sertraline) และฟลูออกซีทีน (Fluoxetine) - ดาพ็อกซิทีน (Dapoxetine)
เป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับสารซีโรโทนินเช่นเดียวกับกลุ่มยาต้านเศร้า แต่ดาพ็อกซิทีนจะส่งผลรักษาอาการหลั่งเร็วและออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า โดยต้องใช้ยาไม่เกินวันละ 1 ครั้ง รับประทานก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1–3 ชั่วโมง และไม่สามารถใช้ในผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจ ตับและไต ผลข้างเคียงจากการใช้ยาตัวนี้ คือ อาการปวดหัว วิงเวียน รู้สึกป่วย - ยาชาเฉพาะที่
ในบางครั้งอาจใช้ยาชาในรูปแบบครีมทา เช่น เบนโซเคน (Benzocaine) ลิโดเคน (Lidocaine) และไพรโลเคน (Prilocaine) ทาบริเวณอวัยวะเพศชายก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10–15 นาที เพื่อลดความรู้สึกและชะลอการหลั่งอสุจิ แต่ยาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อฝ่ายหญิงไปด้วยเมื่อมีการดูดซึมยาบริเวณช่องคลอด
👉 อ่านเพิ่มเติม : การควบคุมการหลั่งเร็วด้วยการฝึกฝนและเทคนิคพิเศษ
การเข้ารับการบำบัดจากผู้เชี่ยวชาญ
แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น
- การบำบัดร่วมกับคู่ครอง (Couple Therapy)
นักบำบัดจะให้คู่ครองเปิดใจพูดคุยกันถึงปัญหาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ แล้วแนะนำแนวทางแก้ไข หรืออีกวิธีคือ การใช้เทคนิคช่วยให้ฝ่ายชายลดปัญหาการหลั่งเร็ว ด้วยการให้ฝ่ายหญิงช่วยสำเร็จความใคร่ให้คู่ครอง แล้วหยุดทำก่อนฝ่ายชายจะถึงจุดสุดยอดและหลั่งอสุจิ พักชั่วขณะแล้วจึงเริ่มทำกิจกรรมทางเพศต่อ เพื่อฝึกควบคุมและชะลอการหลั่งของฝ่ายชาย - การรับคำปรึกษาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต
เป็นกระบวนการพูดคุยปรึกษาหาคำแนะนำ เพื่อช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวล ช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาและจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อาจเห็นผลทางการรักษาได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับวิธีการรักษาด้วยยา
สรุป การรักษาหลั่งเร็ว
หากการหลั่งเร็วไม่ได้กระทบต่อความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาและความไม่สบายใจ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปพบแพทย์ แต่หากการหลั่งเร็วเริ่มสร้างปัญหา และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง
ควรไปปรึกษาปัญหาสมรรถภาพทางเพศชายขอคำแนะนำจากแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษาและแก้ไขต่อไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
สำหรับใครที่ต้องสอบถามการรักษาหลั่งเร็ว สามารถปรึกษาได้ทาง LINE OA ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คลินิกสาขาใกล้บ้าน คลิกที่นี่เพื่อดูสาขาใกล้บ้านคุณ
Q&A คำถามที่พบบ่อย การรักษาหลั่งเร็ว
หลั่งเร็วคือการที่ผู้ชายหลั่งภายในเวลาสั้น ๆ หลังสอดใส่ หรือบางคนยังไม่ทันสอดก็หลั่งแล้ว และควบคุมไม่ได้ ถ้าเป็นซ้ำ ๆ จนตัวเองเครียด คู่รู้สึกไม่พอใจ หรือหลีกเลี่ยงเซ็กซ์ แบบนี้ถือว่าเข้าข่ายผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ครับ
สาเหตุก็จะมาจากร่างกายและจิตใจครับ
-
ด้านร่างกาย เช่น ฮอร์โมนผิดปกติ สารสื่อประสาทในสมองไม่สมดุล ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ต่อมลูกหมากหรือท่อปัสสาวะอักเสบ พันธุกรรม หรือมีภาวะหย่อนสมรรถภาพร่วมด้วย
-
ด้านจิตใจ เช่น เครียด กังวล ซึมเศร้า ประสบการณ์ทางเพศไม่ดีในอดีต หรือความสัมพันธ์กับคู่มีปัญหา
หลายคนมักมีหลายปัจจัยผสมกัน ไม่ใช่แค่เรื่อง “อารมณ์ไม่ดีวันนั้นวันเดียว” ครับ
ถ้าเป็นแค่บางครั้ง ไม่ได้กระทบความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องรีบมาหาหมอก็ได้ครับ แต่ถ้า
-
เป็นแทบทุกครั้ง
-
เครียด ไม่มั่นใจมาก
-
คู่เริ่มมีปัญหา หรือเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
แบบนี้แนะนำให้มาพบแพทย์ เพื่อตรวจดูทั้งด้านฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์ และสภาพจิตใจ จะได้วางแผนรักษาให้ตรงจุดครับ
หลัก ๆ มี 3 กลุ่มใหญ่ครับ
-
ปรับพฤติกรรมและฝึกด้วยตัวเอง
-
สำเร็จความใคร่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1–2 ชั่วโมง
-
ใช้ถุงยางอนามัยที่หนาขึ้น เพื่อลดความรู้สึกไว
-
หยุดพักเมื่อใกล้จะหลั่ง เปลี่ยนอิริยาบถ หรือเบนความสนใจ
-
ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (เกร็ง–คลายเหมือนกลั้นปัสสาวะ วันละหลายรอบ)
-
-
รักษาด้วยยา (ต้องให้แพทย์เป็นคนพิจารณา)
-
ยาต้านเศร้าบางกลุ่มที่ช่วยชะลอการหลั่ง
-
Dapoxetine ที่ออกฤทธิ์เร็ว ใช้ก่อนมีเพศสัมพันธ์
-
ยาชาเฉพาะที่แบบครีมทาบริเวณอวัยวะเพศ
-
-
บำบัดด้านจิตใจและคู่สัมพันธ์
-
คุยกับนักจิตวิทยาหรือแพทย์ เพื่อจัดการความเครียดและความกังวล
-
ทำบำบัดร่วมกับคู่ เพื่อฝึกเทคนิคการชะลอการหลั่งและสื่อสารกันให้ดีขึ้น
-
ส่วนใหญ่ “ดีขึ้นได้และควบคุมได้” ครับ ถ้ารู้สาเหตุและรักษาให้ตรงจุด บางคนแค่ปรับพฤติกรรมกับฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานก็ดีขึ้นแล้ว แต่ถ้ามีปัจจัยทางฮอร์โมน ระบบประสาท หรือจิตใจร่วมด้วย อาจต้องใช้ทั้งยาและการบำบัดร่วมกัน หมออยากให้มองว่าเป็น “ภาวะที่รักษาได้” ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ





รับคำปรึกษาเบื้องต้น
สอบถามข้อมูลการรักษาและบริการเพิ่มเติม นัดหมายล่วงหน้า การเดินทางมาคลินิก
LINE:@ETERNITYCLINIC4
Facebook:@Eternityclinicthai
นายแพทย์สืบพงษ์ เอ่งฉ้วน
ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 29458 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 เมษายน 2546
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ เลขที่ 18321/2551
ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 (General surgeon)
เป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา เลขที่
22611/2554 ให้ไว้ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 (Urologist)
ประกาศนียบัตรเวชศาสัตร์ทางเพศ ได้รับการรับรองโดย สมาคมเพศศาสตร์คลินิกและเวชศาสตร์
ทางเพศแห่งประเทศไทย (TACSM)
บทความล่าสุด
รักษาหลั่งเร็วด้วย SDN คืออะไร? หมอเบียร์อธิบาย “เวลาใหม่” เทคนิค Selective Dorsal Neurectomy
หลายคนที่มีปัญห
G-Prime (G’) คืออะไร? ทำไม “Upsize ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม” มักไม่เหมาะกับการเพิ่มขนาด และวิธีเลือกฟิลเลอร์ให้ทรงดูเนียนเป็นธรรมชาติ
ผมหมอเบียร์ มัก
อยากใหญ่ด้วยแผ่นเนื้อเยื่อเทียม ADM คิดดีๆ ก่อนผ่า: ทำไมสั้นลงตอนแข็ง (Dragging effect) และเคสแก้เพิ่มขึ้น
ผม “หมอเบียร์”
แผลทำยาวน้องชาย เทคนิค VY vs แผลเล็กพิเศษ (V-I) ต่างกันยังไง?
หลายคนเริ่มต้นด
ผ่าตัดรักษาหลั่งเร็วให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่ได้ทำ: ประสบการณ์จริง 10 ปีของหมอเบียร์
ผม หมอเบียร์ เข
เสริมบุคลิกความเป็นชาย เพิ่มความมั่นใจเรื่องบนเตียง
ความมั่นใจเรื่อ
การคุมกำเนิดไม่ใช่หน้าที่ผู้หญิงฝ่ายเดียว
การคุมกำเนิดมัก
5 เรื่องบนเตียงที่ผู้ชายเข้าใจผิด
เรื่องบนเตียงเป